ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2491

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการนำสืบข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ระบุในฟ้อง การขึ้นค่าเช่าก่อนใช้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า พ.ศ. 2489 และการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ

หลักกฎหมาย

โจทก์มีสิทธิสืบได้ว่าจำเลยทำการค้าในสถานที่เช่าอย่างไรเพียงใด แม้ฟ้องมิได้กล่าวว่าทำการค้าเป็นส่วนใหญ่ ก็ไม่เป็นการสืบนอกประเด็น เพราะจำเลยโต้เถียงขึ้นมา ฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่มีคำขอ แต่ข้อความในฟ้องเข้าใจได้โดยปริยายว่ามุ่งหมายให้ศาลอุทธรณ์บังคับตามคำฟ้องและคำขอบังคับเดิม ฟ้องอุทธรณ์นั้นใช้ได้ การขึ้นค่

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของห้องแถว 5 คูหา จำเลยเช่าและเข้าครอบครองทำการค้าขาย จำเลยค้างชำระค่าเช่าเดือนละ 120 บาท ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน 2489 จำเลยให้การต่อสู้ว่าเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ และค่าเช่าเดิมตกลงกันเดือนละ 27 บาท ต่อมาเพิ่มเป็น 45 บาท และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2489 เพิ่มเป

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2491นางสาวศารี อมาตยกุลโจทก์นายหย่วน แซ่ห่านจำเลย ป.วิ.พ. ม. 86, ม. 104, ม. 172, ม. 246 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2486 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2488 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 คำฟ้องโจทก์ที่ขอให้ขับไล่จำเลยผู้เช่า กล่าวเพียงว่าจำเลยทำการค้าขาย โจทก์ย่อมนำสืบได้ว่า จำเลยทำการค้าในสถานที่เช่าอย่างไรเพียงใด ไม่เป็นการสืบนอกประเด็นแม้จะไม่ได้กล่าวในฟ้องว่า จำเลยทำการค้าเป็นส่วนใหญ่ก็นำสืบได้ เมื่อจำเลยโต้เถียงขึ้นมาฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่มีคำขอนั้น ถ้าข้อความในฟ้องอุทธรณ์นั้นย่อมเข้าใจได้โดยปริยายว่า มีความมุ่งหมายให้ศาลอุทธรณ์บังคับตามคำฟ้องและคำขอบังคับเดิม ฟ้องอุทธรณ์นั้นย่อมใช้ได้โจทก์จำเลยตกลงขึ้นค่าเช่ากันก่อนใช้ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489 และการขึ้นค่าเช่านี้ ไม่ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าที่ใช้อยู่ในเวลานั้นคือ ฉบับปี 2486-2488 ดังนี้ จะยกเอา พระราชบัญญัติฉบับปี 2490 มาใช้บังคับไม่ได้ และแม้การค้างชำระค่าเช่าเกินกว่า 2 คราวติดๆ กันจะเกิดขึ้นภายหลังที่ใช้พระราชบัญญัติปี 2489 แล้ว พระราชบัญญัติปี 2490 ก็ไม่คุ้มครองในกรณีค้างชำระค่าเช่า เช่นนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของห้องแถว 5 คูหา ในอำเภอดุสิตจังหวัดพระนคร จำเลยได้เช่าห้องแถวดังกล่าวจากโจทก์ และเข้าครอบครองทำการค้าขายมาจนปัจจุบัน บัดนี้จำเลยค้างชำระค่าเช่าเดือนละ 120 บาท ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนเมษายน 2489 ขอให้ขับไล่จำเลยจำเลยให้การต่อสู้มีใจความสำคัญว่า จำเลยเช่ามาแต่ พ.ศ. 2476 เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ย่อมได้รับความคุ้มครอ