ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749/2491

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบด้วยมาตรา 214 ป.วิ.อ. หรือไม่ และปัญหาว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย

หลักกฎหมาย

1. คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ว่าอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น แสดงว่าพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ย่อมถูกต้องตามมาตรา 214 ป.วิ.อ. 2. เมื่อจำเลยกลับให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องทุกประการ และขอให้ลงโทษสถานเบา แสดงว่าจำเลยไม่ติดใจต่อสู้คดีในข้อกฎหมายที่ได้ต่อสู้ไว้ในคำให้การฉบับแรกแล้ว ข้อต่อสู้เรื่

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาลักลอบนำทอง เครื่องทองรูปพรรณและเงินตราออกนอกราชอาณาจักรไทยโดยมิได้เสียภาษีและมิได้รับอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธและยกข้อกฎหมายขึ้นต่อสู้ในชั้นแรก ต่อมาจำเลยกลับให้การรับสารภาพและขอให้ลงโทษสถานเบา ศาลชั้นต้นแยกพิพากษาคดีที่จำเลยรับสารภาพ โดยปรับ 5,000 บาท ลดฐานพยายาม 1 ใน 3 และฐานร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749/2491พนักงานอัยการโจทก์นายซือพวง แซ่อึ้ง กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 214, ม. 16, ม. 176 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ.2482 ม. 9คำพิพากษาศาลอุทธรณ์แม้จะไม่ปรากฏข้อความว่าให้ยืนยก แก้หรือกลับแต่ปรากฏข้อความว่าอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ซึ่งแสดงว่าพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั่นเอง ย่อมถูกต้องตามมาตรา 214 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ในชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ และต่อสู้ว่าผู้ทำการสอบสวนทำการสอบสวนโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย แต่ต่อมาจำเลยกลับให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์ทุกประการ ขอให้ลงโทษจำเลยแต่ในสถานเบาและแยกพิพากษาคดีส่วนตัวของจำเลยให้เสร็จสิ้นไปนั้นเป็นการแสดงว่าจำเลยไม่ติดใจต่อสู้คดี ตามคำให้การฉบับแรกนั้นแล้ว ฉะนั้นข้อต่อสู้ของจำเลยชั้นเดิมที่ว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงไม่เป็นปัญหาที่ศาลจะต้องยกขึ้นวินิจฉัยต่อไปการที่จะฟังว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เพราะในการนี้อาจต้องพิจารณาถึงข้อบังคับทั้งหลายซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจเป็นข้อประกอบด้วยตามมาตรา 16 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาคดีนี้เดิมโจทก์ฟ้องนายซือพวกกับพวกเป็น 3 สำนวน มีข้อหาว่าลักลอบนำทอง เครื่องทองรูปพรรณและเงินตราออกนอกราชอาณาจักรไทยโดยมิได้เสียภาษีและมิได้รับอนุญาต ในชั้นต้นจำเลยให้การปฏิเสธและยกข้อกฎหมายขึ้นตัดฟ้องหลายประการภายหลังที่ศาลอาญาสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว นายกำตง แซ่ลิ้มกับจำเลยบางคนยื่นคำร้องมีข้อความสำคัญว่า ขอให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องของโจทก์ทุกประการ ขอใ