ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16051/2555

ประเด็นกฎหมาย

อายุความฟ้องร้องเรียกหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

หลักกฎหมาย

สิทธิเรียกร้องตามสัญญากู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 มิใช่อายุความ 5 ปี ตามมาตรา 193/33(2) เพราะผู้กู้สามารถขอผ่อนผันการชำระหนี้ได้ จึงไม่ใช่การผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ตามปกติ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 3 คืนค่าขึ้นศาลส่วนเกินให้จำเลยทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินจากโจทก์ 4 ครั้งระหว่างปี 2539-2542 โดยมีผู้ค้ำประกัน สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาช้าสุดปี 2543 ต้องชำระหนี้งวดแรกภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2545 โจทก์ฟ้องวันที่ 30 มิถุนายน 2551

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16051/2555กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาโจทก์นางสาวสุมาลี หวะสุวรรณ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 193/30, ม. 193/33 (2) พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2541 โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2541 อยู่ในกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง มีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์กู้ยืมเงินเพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพระหว่างศึกษา ส่วนการนำส่งคืนกองทุนยังให้โอกาสผู้กู้ยืมชำระคืนเมื่อสำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาแล้วเป็นระยะเวลา 2 ปี ทั้งยังกำหนดให้คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินเงินฝากประจำหนึ่งปีของธนาคารออมสิน และห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยทบต้น กำหนดใช้คืนเป็นรายเดือนเป็นระยะเวลาสูงสุดถึงสิบห้าปี ในกรณีผู้ยืมถึงแก่ความตาย ให้หนี้ตามสัญญาระงับไป หรือกรณีผู้กู้พิการหรือทุพลภาพไม่สามารถประกอบการได้ คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจระงับการให้ชำระหนี้ตามสัญญาได้ โดยมีเหตุผลการออกพระราชบัญญัติเนื่องจากมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินการพัฒนามนุษย์ เพื่อรองรับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในการยกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ดังนั้นการให้กู้ยืมเงินตามพระราชบัญญัติก็เป็นไปเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่และให้โอกาสแก่บุคคลผู้ด้อยโอกาสในสังคมโดยแท้ กรณีเป็นเรื่องที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีกำหนดสิบปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 หาใช่เป็นสิทธิเรียกร้องในเงินที่ต้องชำระเพื่อผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ อันมีอายุความห้าปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (