ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1687/2498

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1687/2498พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรีโจทก์นางถ็อง แซ่เซี้ยจำเลย พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ป.วิ.อ. ม. 243โจทก์นำสืบ กฎหมายจีนโดยนำเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งสำเร็จวิชา กฎหมายไทยและเป็นดอกเตอร์ กฎหมายเยอรมันมาเป็นพยานเบิกความว่าพยานได้ทราบ กฎหมายจีนที่อ้างนั้นโดยพยานติดต่อไปทางกระทรวงการต่างประเทศแล้วสถานทูตจีนส่งกฎหมายนั้นมาให้ เช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าเป็นให้การของพยานผู้ชำนาญการพิเศษในเรื่อง กฎหมายจีนโจทก์ฟ้องว่าจำเลยเกิดในประเทศไทยบิดาเป็นคนต่างด้าวสัญชาติจีน สมรสกับนายชิ้น แซ่เซี้ย คนต่างด้าวสัญชาติจีนเมื่อ 38 ปีมาแล้ว จำเลยได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตั้งแต่ พ.ศ. 2480 แต่ใบสำคัญขาดอายุมา 10 ปีเศษ จำเลยจึงเป็นคนต่างด้าวไปตามพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2496 จำเลยอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่มีใบสำคัญประจำตัว ขอให้ลงโทษ จำเลยต่อสู้ว่าได้หย่าขาดจากสามีแล้ว ต่อมาภายหลังกลับมาอยู่ด้วยกันโดยไม่เป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงยังเป็นคนไทยอยู่ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยยังไม่ได้หย่าขาดกับสามี โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยมีความจำนงโดยแจ้งชัดว่าจะสละสัญชาติไทย การที่จำเลยมีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวปีหนึ่งแต่แล้วต่อมาพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2481 มาตรา 3 บัญญัติว่าหญิงไทยโดยกำเนิดจะไม่ขอรับใบสำคัญประจำตัวก็ได้ จำเลยจึงมีสิทธิไม่ต่ออายุใบสำคัญ จำเลยยังไม่เสียสัญชาติไทย พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไปขอใบสำคัญประจำตัวโดยถูกบังคับและหลงเข้าใจผิด จำเลยไม่ขาดสัญชาติไทย พิพากษายืนโจทก์ฎีกาทั้งปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง โดยผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดีรับรองศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์นำน