ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9006/2557นางนิ่ม ไชยโยโจทก์นางนารีนาฏ ไชยโยหรือยิ่งกุลเชาจำเลย ป.พ.พ. ม. 1452, ม. 1495, ม. 1497ขณะที่จำเลยจดทะเบียนสมรสกับ ท. นั้น ท. จดทะเบียนสมรสกับโจทก์แล้วและยังคงเป็นคู่สมรสกับโจทก์ตลอดมาจนกระทั่ง ท. ถึงแก่ความตาย การสมรสระหว่างจำเลยกับ ท. จึงเป็นการฝ่าฝืน ป.พ.พ. มาตรา 1452 และตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 ผู้มีส่วนได้เสียจะกล่าวอ้างขึ้นหรือจะร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะก็ได้ตามมาตรา 1497 แม้ภายหลัง ท. ถึงแก่ความตายเป็นเหตุให้การสมรสระหว่างจำเลยกับ ท. สิ้นสุดลงไปก่อนโจทก์ฟ้องก็ตาม แต่เมื่อการจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับ ท. ยังเป็นโมฆะอยู่ โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้การสมรสระหว่างจำเลยกับ ท. เป็นโมฆะได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาของนายทนงศักดิ์ โดยจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2528 ต่อมานายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตาย โจทก์ไปขอรับเงินบำเหน็จตกทอดและเงินอื่น ๆ ที่ทางราชการจะจ่ายให้แก่ทายาท ปรากฏว่าจำเลยได้อ้างว่าเป็นภริยาของนายทนงศักดิ์โดยจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2538 การจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับนายทนงศักดิ์เป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน จึงตกเป็นโมฆะ ขอให้จำเลยไปจดทะเบียนเพิกถอนทะเบียนสมรสเลขที่ 529/1140 หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้การจดทะเบียนสมรสระหว่างนายทนงศักดิ์ กับจำเลย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2538 ตามทะเบียนสมรสเลขที่ 529/1140 เป็นโมฆะ และให้แจ้งนายทะเบียนอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช บันทึกความเป็นโมฆะไว้ในทะเบียนสมรสเมื่อคำพิพากษาแสดงว่าการสมรสดังกล่าวเป็นโมฆะถึงที่สุด ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุท