ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4124/2540

ประเด็นกฎหมาย

ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นเขตทางข้างละ 20 เมตร ของทางสาธารณะที่ผ่านที่ดินโจทก์ทั้งสอง เป็นทางสาธารณะหรือไม่ และค่าเสียหายมีเพียงใด

หลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยเวนคืนที่ดินของโจทก์โดยมิได้กำหนดค่าทดแทนตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีโอกาสเรียกค่าทดแทนตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดได้ และไม่ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์การกำหนดค่าทดแทนตามกฎหมายเวนคืน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 870,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินโฉนดเลขที่ 4719 เนื้อที่ 45 ไร่ 19 ตารางวา ปี 2530 มีพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3208 จำเลยเวนคืนที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสองไปขยายเป็นเขตทางหลวงตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว โดยมิได้กำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ทั้งสองตามกฎหมายว่าด้วยการเวน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4124/2540นาง ถวิล ชมภูนุช กับพวกโจทก์กรมทางหลวงจำเลย ป.พ.พ. ม. 194, ม. 213, ม. 420 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ที่ดินพิพาทมิใช่ทางสาธารณะแต่เป็นของโจทก์ทั้งสองเมื่อกรมทางหลวงจำเลยเวนคืนเอาที่ดินของโจทก์ทั้งสองไปขยายเป็นเขตทางหลวงและมิได้กำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ทั้งสองตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์โดยโจทก์ทั้งสองไม่มีโอกาสเรียกค่าทดแทนตามขั้นตอนของกฎหมายได้โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากที่ดินพิพาทถูกเวนคืนจากจำเลยได้ การดำเนินการเพื่อการเวนคืนที่ดินของโจทก์เพื่อสร้างทางหลวงในคดีนี้จำเลยมิได้กำหนดค่าทดแทนที่ดินพิพาทที่ถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัดพ.ศ.2530ให้แก่โจทก์ทั้งสองตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ดังนี้โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีโอกาสปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายในการเรียกค่าทดแทนจึงไม่มีกรณีที่จะต้องพิจารณาว่าจะนำหลักเกณฑ์การกำหนดค่าทดแทนตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่295ลงวันที่28พฤศจิกายน2515หรือตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530มาใช้บังคับแต่กรณีตามคำฟ้องของโจทก์ที่เรียกค่าที่ดินที่จำเลยขอทำถนนในที่ดินของโจทก์ส่วนที่พิพาทโดยจำเลยจะจ่ายค่าทดแทนให้โจทก์ในภายหลังนั้นพอถือได้ว่าเป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายนั่นเองโจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินโฉนดเลขที่ 4719 เนื้อที่ 45 ไร่ 19 ตารางวา ที่ดินดังกล่าวมีทางสาธารณประโยชน์กว้าง 8 เมตร ผ่ากลางจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน เมื่อปี 2530 มีพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัดหมายเลข 32