ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1859/2529

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างโดยอ้างว่าลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรง แต่คำให้การไม่ชัดแจ้ง และการข่มขู่โดยไม่มีเจตนาร้ายแรงไม่เป็นความผิดร้ายแรง

หลักกฎหมาย

คำให้การที่ไม่แสดงข้อเท็จจริงให้ชัดแจ้งไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 ไม่มีประเด็นให้สืบ; ค่าล่วงเวลาเป็นเงินตอบแทนการทำงานนอกเวลาทำงานปกติ ไม่ต้องนำมารวมกับค่าจ้างพื้นฐาน; การข่มขู่โดยไม่มีเจตนาร้ายแรงไม่เป็นความผิดร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 47(3) และ ป.พ.พ. มาตรา 583

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างที่ค้างถึงวันที่โจทก์ถูกเลิกจ้างในอัตราค่าจ้างพื้นฐานเดือนละ 12,130 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กับให้ออกหนังสือรับรองการทำงาน คำขออื่นให้ยก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ค่าจ้างเดือนละ 21,003 บาท ทำงานเดือนละ 14 วัน จำเลยเลิกจ้างโดยอ้างว่าโจทก์ขัดคำสั่งและข่มขู่จะทำร้ายหัวหน้าและทำลายเครื่องจักร แต่คำให้การไม่ชัดแจ้ง และการข่มขู่ไม่มีเจตนาร้ายแรง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1859/2529นาย เพิ่มศักดิ์ วรพรรคดิศาลโจทก์บริษัท ยูเนียนออย์ออฟไทยแลนด์ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ป.วิ.พ. ม. 177, ม. 183 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 47 (3)ข้อที่จำเลยให้การว่าโจทก์ได้กระทำการอันไม่เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงจงใจขัดคำสั่งหัวหน้าผู้ควบคุมการปฏิบัติงานของโจทก์นั้นจำเลยมิได้แสดงข้อเท็จจริงให้ชัดแจ้งว่าโจทก์ได้กระทำการอย่างไรหรือขัดคำสั่งหัวหน้าผู้ควบคุมการปฏิบัติงานในเรื่องใดเป็นคำให้การไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา177ไม่มีประเด็นที่จำเลยนำสืบส่วนคำให้การเรื่องข่มขู่อาฆาตจะทำร้ายหัวหน้าผู้ควบคุมการปฏิบัติงานของโจทก์และข่มขู่จะทำความเสียหายแก่เครื่องจักรของจำเลยมีความหมายอยู่ในตัวโจทก์ย่อมเข้าใจแม้จำเลยจะไม่ได้ให้การว่าการข่มขู่กล่าวด้วยถ้อยคำอย่างไรก็เป็นรายละเอียดซึ่งอาจนำสืบได้คำให้การของจำเลยข้อนี้เป็นประเด็นข้อพิพาทสำหรับคำให้การของจำเลยที่ว่าจำเลยไม่เคยให้โจทก์ทำงานเกินกว่าข้อตกลงหากทำเกินข้อตกลงจำเลยก็ได้จ่ายค่าทำงานดังกล่าวไปแล้วเป็นคำให้การที่ปฏิเสธฟ้องโจทก์โดยสิ้นเชิงจึงมีประเด็นข้อพิพาทแม้จำเลยจะมิได้แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งเหตุแห่งการปฏิเสธอันทำให้ไม่มีสิทธิสืบหักล้างแต่โจทก์ก็มีหน้าที่สืบให้สมฟ้องจะอ้างว่าจำเลยยอมรับตามฟ้องโดยโจทก์ไม่ต้องสืบพยานหาได้ไม่. แม้สัญญาจ้างจะกำหนดให้โจทก์ทำงานวันละ12ชั่วโมงก็ตามเป็นเพียงคู่สัญญาตกลงกำหนดจำนวนชั่วโมงในการทำงานสำหรับวันหนึ่งๆไว้เท่านั้นกำหนดเวลาดังกล่าวอาจเป็นกำหนดเวลาทำงานตามปกติของลูกจ้างทั้งหมดก็ได้หรืออาจรวมทั้งกำหนดเวลาที่นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานเกินกำหน