สัญญาร่วมทุนระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นนิติกรรมอำพรางการเช่าพื้นที่อาคารหรือไม่
นิติกรรมอำพรางตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคสอง ต้องมีสองนิติกรรม แต่คดีนี้มีเพียงสัญญาร่วมทุนนิติกรรมเดียว จึงไม่เป็นนิติกรรมอำพราง และแม้ชื่อสัญญาจะไม่ตรงกับเนื้อหาที่แท้จริง ศาลก็สามารถปรับข้อกฎหมายตามเนื้อหาสัญญาได้ ไม่ใช่เรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาพิพากษาใหม่ ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท แก่โจทก์
โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินและอาคารจากนางสาวธีรจิต มีกำหนด 3 ปี ต่อมาโจทก์ทำสัญญาร่วมทุนกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ใช้พื้นที่บางส่วนทำกิจการสถานบันเทิง มีกำหนด 1 ปี โดยจำเลยตกลงชำระเงินกินเปล่าและค่าเช่ารายเดือน สัญญาเช่าหลักมีข้อห้ามให้เช่าช่วงแต่มีข้อยกเว้น และโจทก์นำสืบว่าได้รับอนุญาตแล้ว เมื่อส่งมอบคื
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10924/2557บริษัทซูซาน แอนด์ แอสโซซิเอท จำกัดโจทก์นายริคเคมบาส มาร์เทล กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ตาราง 1 ป.พ.พ. ม. 155 วรรคสองนิติกรรมอำพรางตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคสอง เป็นเรื่องคู่กรณีแสดงเจตนาทำนิติกรรมขึ้นสองนิติกรรม นิติกรรมหนึ่งแสดงให้ปรากฏออกมาโดยไม่ประสงค์จะให้มีผลบังคับตามกฎหมาย ส่วนอีกนิติกรรมหนึ่งอำพรางปกปิดไว้โดยคู่กรณีประสงค์จะให้นิติกรรมที่อำพรางปกปิดไว้นั้นใช้บังคับระหว่างกันเองได้ ในเรื่องของนิติกรรมอำพรางจึงต้องมีสองนิติกรรม แต่ข้อเท็จจริงคดีนี้ โจทก์ตกลงทำนิติกรรมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพียงนิติกรรมเดียวคือสัญญาร่วมทุน จึงมิใช่เรื่องนิติกรรมอำพราง ส่วนการที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิดตามสัญญาร่วมทุนแต่เนื้อหาของสัญญาดังกล่าวเป็นเรื่องเช่าทรัพย์ เป็นเรื่องที่ศาลต้องปรับข้อกฎหมายให้เข้ากับเนื้อหาของสัญญา หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผิดสัญญาและทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย แม้ชื่อสัญญาจะไม่ตรงกับเนื้อหาที่แท้จริงของสัญญา ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิดต่อโจทก์ตามเนื้อหาของสัญญาได้ ไม่ใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีมิใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นแล้วมิได้วินิจฉัยฎีกาข้ออื่นต่อไป แต่ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาพิพากษาใหม่ เช่นนี้ โจทก์ชอบที่จะเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์เป็นเงิน 200 บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท แก่โจทก์โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามและบริวารออกจากอาคารเลขที่ 190 หมู่ที่ 10 ถนนเลียบชายหาดพัทยาใต้ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแ