ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2537

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า กรณีลูกจ้างขายสินค้าส่วนตัวให้เพื่อนร่วมงานในเวลาทำงาน

หลักกฎหมาย

การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ไม่ร้ายแรงและไม่เคยตักเตือนเป็นหนังสือ นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย แต่การกระทำอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงโดยถูกต้องและสุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 ทำให้นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

คำวินิจฉัย

จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ แต่ไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ขายสินค้าบริษัทอื่นให้แก่ลูกจ้างของจำเลยสองคน เป็นสินค้าจำนวนเล็กน้อย ใช้เวลาเพียงครู่เดียว ไม่ปรากฏความเสียหายของจำเลย และจำเลยไม่เคยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือมาก่อน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2537นาย ประดับ ใบ กุหลาบโจทก์บริษัท ชัน ไทย อิมเป็กซ์ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47 ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยระบุห้ามใช้เวลาหรือทรัพย์สินของบริษัทฯ ไปทำงานส่วนตัวโดยมิได้รับอนุญาต การที่โจทก์ขายสินค้าบริษัทอื่นให้แก่ลูกจ้างจำเลยสองคน คนหนึ่งซื้อยาสระผมและครีมนวดผมอีกคนหนึ่งซื้อลิปสติกการซื้อขายสิ่งของจำนวนเล็กน้อยโดยปกติใช้เวลาเพียงครู่เดียวทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใดการกระทำของโจทก์จึงมิใช่การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีที่ร้ายแรง จำเลยไม่เคยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือมาก่อนจำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ การที่โจทก์ขายสินค้าบริษัทอื่นแก่ลูกจ้างจำเลยย่อมเป็นเหตุให้ทั้งโจทก์และลูกจ้างต้องหยุดการทำงานเพื่อเจรจาและส่งมอบสินค้าที่โจทก์นำมาขาย ถือได้ว่าเป็นการกระทำการอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่การงานของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 22,000 บาท ค่าชดเชยจำนวน 22,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและเบี้ยขยันจำนวน 600 บาท แก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่จงใจให้จำเลยได้รับความเสียหาย และฝ่าฝืนข้อบังคับและระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน การกระทำของโจทก์ทำให้จำเลยเสียหาย โจทก์ควรปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ถูกต้องและสุจริต หัวหน้างานของโจทก์