ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2560

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ถือหุ้นในบริษัทรับสัมปทานจากรัฐอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เป็นละเมิดต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือไม่ และประเด็

หลักกฎหมาย

การกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญที่ทำให้สมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เป็นละเมิดต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 แม้จะมีบทบัญญัติเฉพาะเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ก็ตาม และอายุความละเมิดเริ่มนับเมื่อโจทก์รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งในกรณีนี้คือวันที่คณะ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นอื่นต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังวันเลือกตั้งได้เข้าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐ อันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 (2) คณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยชี้ขาดและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง โจทก์จัดการเลือกตั้งใหม่และออกค่าใช้จ่าย คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติใ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2560สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งโจทก์นายสมเกียรติ ฉันทวานิชจำเลย ป.อ. ม. 64 ป.พ.พ. ม. 420, ม. 448 วรรคหนึ่ง ป.วิ.พ. ม. 172 วรรคสอง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ม. 106 (6), ม. 106 (9), ม. 265 (2) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 ม. 36, ม. 47 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 ม. 103 วรรคหนึ่ง, ม. 111 วรรคหนึ่ง, ม. 113, ม. 158 ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 3 ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 26 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการบริหารของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2544 แม้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 ไม่ได้กำหนดให้รองเลขาธิการเป็นผู้รักษาการแทนเลขาธิการโจทก์ในอันที่จะเป็นผู้แทนที่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์และมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดไว้โดยเฉพาะแล้วว่า ผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์คือเลขาธิการซึ่งเป็นผู้แทนโจทก์เท่านั้น แต่ในบทเฉพาะกาลมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันกำหนดไว้ว่า บรรดาระเบียบ ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับให้มีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น เมื่อยังไม่มีระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงต้องนำระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการบริหารของ