ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9863/2558

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9863/2558นางสาวรวม สีทองสุกผู้ร้องนางสาวรอด สีทองสุกผู้ร้องขัดทรัพย์นางสาวแก้ว สีทองสุกผู้คัดค้านศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะใช้สิทธิตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 288 ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่มีการบังคับคดียึดทรัพย์สินที่อ้างว่าเป็นของลูกหนี้เพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น แต่คดีนี้เป็นเรื่องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและผู้คัดค้านฟ้องแย้งขับไล่ผู้ร้องพร้อมบริวารและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทและคดีถึงที่สุดแล้ว มิใช่กรณีที่ศาลพิพากษาให้ผู้ร้องใช้เงินแก่ผู้คัดค้านและต้องนำทรัพย์สินของผู้คัดค้านออกขายทอดตลาด จึงไม่อาจนำบทบัญญัติ มาตรา 288 มาบังคับได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอโดยไม่มีการไต่สวนก่อนจึงชอบแล้ว แต่ฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่ปรากฏว่าได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยเหตุผลใด และที่ถูกต้องเป็นอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่งคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ให้ผู้ร้องรื้อถอนและขนย้ายบ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 4 ตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี พร้อมบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน คดีถึงที่สุดแล้ว แต่ผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ผู้คัดค้านจึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเพื่อดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษา ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์เป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 4 ตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งปลูกบนที่ดินพิพาท มิใช่บริวารของผู้ร้อง การปิดหมายบังคับคดีจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึ