ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15690/2558

ประเด็นกฎหมาย

การกำหนดค่าป่วยการที่ปรึกษากฎหมายที่ศาลแต่งตั้งให้แก่เด็กหรือเยาวชนเป็นดุลพินิจเด็ดขาดของศาลชั้นต้น ไม่อาจอุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งได้

หลักกฎหมาย

ค่าป่วยการที่ศาลกำหนดให้แก่ที่ปรึกษากฎหมายตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม พ.ศ.2555 เทียบได้กับค่าฤชาธรรมเนียม ไม่ใช่ค่าจ้าง การกำหนดค่าป่วยการเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นและถือเป็นเด็ดขาด จะอุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งไม่ได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 และยกฎีกาของผู้ร้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลชั้นต้นแต่งตั้งผู้ร้องเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้จำเลยในคดีอาญาเยาวชน จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นกำหนดค่าป่วยการ 2,000 บาท ผู้ร้องอุทธรณ์ว่ากำหนดน้อยเกินไปและขัดต่อระเบียบ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15690/2558พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลาโจทก์นาย ป.ผู้ร้องนาย ว.จำเลย ป.วิ.พ. ม. 249 วรรคหนึ่ง ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยค่าป่วยการที่ปรึกษากฎหมายที่ศาลแต่งตั้งให้แก่เด็กหรือเยาวชน พ.ศ.2555 ข้อ 5 (4)ค่าป่วยการที่ศาลกำหนดให้แก่ที่ปรึกษากฎหมายตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม พ.ศ.2555 เทียบได้กับค่าฤชาธรรมเนียม ไม่ใช่เป็นค่าจ้างที่ปรึกษากฎหมาย ศาลจะกำหนดค่าป่วยการโดยคำนึงถึงความยากง่าย เวลาและงานหรือตามสมควรแก่พฤติการณ์ในการทำงานของที่ปรึกษากฎหมาย หาได้เป็นการกำหนดเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่ที่ปรึกษากฎหมายได้ใช้จ่ายไปจริงไม่ และในกรณีคดีมีการอุทธรณ์หรือฎีกา ศาลสามารถกำหนดเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร แต่รวมทั้งหมดต้องไม่เกินอัตราขั้นสูงที่กำหนดไว้สำหรับคดีประเภทนั้น ตามระเบียบคณะกรรมการ บริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยค่าป่วยการที่ปรึกษากฎหมายที่ศาลแต่งตั้งให้แก่เด็กและเยาวชน พ.ศ.2555 ข้อ 5 (4) ซึ่งตามระเบียบดังกล่าวเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นและถือเป็นเด็ดขาดจะอุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลชั้นต้นดังกล่าวไม่ได้ ผู้ร้องเป็นที่ปรึกษากฎหมายของจำเลยอุทธรณ์ทำนองว่า ศาลชั้นต้นกำหนดค่าป่วยการแก่ผู้ร้องน้อยเกินไป ไม่เหมาะสมกับการทำงาน อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามกฎหมายไม่อาจรับวินิจฉัยได้ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 จะรับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องก็ไม่ถือเป็นข้อที่ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 9 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยคดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนา