ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2578/2537

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างโดยอ้างเหตุละทิ้งหน้าที่ซึ่งเป็นการกระทำในช่วงเวลาพักสั้นๆ และไม่เป็นไปตามข้อบังคับที่กำหนดให้ขาดงาน 3 วันติดต่อกัน ถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป

หลักกฎหมาย

1. การนับอายุงานของลูกจ้างที่ศาลสั่งให้รับกลับเข้าทำงานต้องนับต่อเนื่องจากอายุงานเดิม แม้คำพิพากษามิได้ระบุไว้ 2. การละทิ้งหน้าที่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 ต้องเป็นการละทิ้งการงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร การไม่อยู่โต๊ะทำงานในช่วงเวลาพักสั้นๆ ไม่ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ตามข้อบังคับที่กำหนดให้ขาดงาน 3 วันติดต่อ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2517 ถูกเลิกจ้างครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2533 ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2534 และเลิกจ้างอีกครั้งเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2534 โดยอ้างเหตุละทิ้งหน้าที่ตามรายงานลับของนายประพันธ์ สวนอ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2578/2537นาย เสถียร ฉายเส นาโจทก์ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ป.วิ.พ. ม. 148 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 49 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 เดิมโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ โจทก์นำคดีไปสู่ศาลแรงงาน ศาลแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมและพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในอัตราค่าจ้างที่ได้รับในขณะที่เลิกจ้างคำขออื่นให้ยก คำพิพากษาของศาลแรงงานดังกล่าวแม้มิได้กำหนดให้นับอายุงานต่อเนื่องไว้แต่ตามผลและรูปคดีที่ศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานดังกล่าว ย่อมแสดงว่าเป็นการสั่งให้รับลูกจ้างกลับเข้าทำงานต่อไปในฐานะเดิมก่อนการเลิกจ้าง การนับอายุงานจึงต้องนับต่อเนื่องจากอายุงานเดิม มิใช่เริ่มนับอายุงานใหม่หลังจากที่จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน เมื่อจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานแล้ว ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์อีกครั้งด้วยเหตุละทิ้งหน้าที่ตามรายงานลับของพนักงานของจำเลยคนหนึ่ง ซึ่งกล่าวว่าโจทก์ไม่อยู่ปฏิบัติงานที่โต๊ะทำงานแต่ปรากฏว่าเวลาส่วนใหญ่ที่โจทก์ไม่อยู่ปฏิบัติงานที่โต๊ะทำงานนั้นเป็นระหว่างเวลา 11 นาฬิกาเศษ และ 13 นาฬิกา และตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยระบุว่า "ให้พนักงานหยุดพักได้วันละ1 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 11.30-13.30 น." การที่โจทก์ไม่อยู่ปฏิบัติงานที่โต๊ะทำงานจึงเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เมื่อพิจารณาประกอบกับวินัยพนักงานที่เกี่ยวกับการละทิ้งหน้าที่ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยซึ่งระบุว่า "พนักงานต้องไม่ละทิ้งหน้าที่ของตน หรือขาดงานหรือไม่ปฏิบัติงานเป็นเวลา 3 วัน ทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันส