มติถอดถอนสมาชิกภาพของโจทก์ที่ 1 โดยอ้างว่าแสดงตนเป็นปฏิปักษ์หรือไม่ซื่อตรงต่อสหกรณ์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
การที่โจทก์ที่ 1 ทำหนังสือยอมรับมติคณะกรรมการดำเนินการในการเลิกจ้างนางสาว ก. เป็นเรื่องระหว่างโจทก์ที่ 1 กับคณะกรรมการ การที่นางสาว ก. ฟ้องจำเลยเป็นสิทธิส่วนตัว โจทก์ที่ 1 ไม่มีอำนาจบังคับมิให้ฟ้องคดี พฤติการณ์ของโจทก์ที่ 1 ยังฟังไม่ได้ว่าแสดงตนเป็นปฏิปักษ์หรือไม่ซื่อตรงต่อจำเลย หรือทำให้จำเลยเสียหา
พิพากษายืน ให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการดำเนินการของจำเลยครั้งที่ 2(10)/2531 เฉพาะที่เกี่ยวกับมติที่ให้ถอดถอนสมาชิกภาพของโจทก์ทั้งสอง
โจทก์ที่ 1 เป็นสมาชิกและคณะกรรมการดำเนินการของจำเลย ได้ทำหนังสือยอมรับมติคณะกรรมการดำเนินการในการเลิกจ้างนางสาว ก. และรับว่าจะไม่มีปัญหาทางกฎหมายอีก ต่อมานางสาว ก. ฟ้องจำเลยในข้อหาเลิกจ้างไม่เป็นธรรม คณะกรรมการดำเนินการจึงลงมติถอดถอนสมาชิกภาพของโจทก์ที่ 1 ด้วยข้อหาแสดงตนเป็นปฏิปักษ์หรือไม่ซื่อตรง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3295/2537นาย สุรพล นพคุณวัฒนากุล กับพวกโจทก์สหกรณ์ แท็กซี่ สยาม จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 420 พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2511 โจทก์ที่ 1 เป็นสมาชิกและคณะกรรมการดำเนินการของจำเลยการที่โจทก์ที่ 1 ทำหนังสือยอมรับมติของคณะกรรมการดำเนินการของจำเลยในการเลิกจ้างนางสาว ก. และรับว่าจะไม่มีปัญหาใด ๆทางกฎหมายอีกนั้น เป็นเรื่องระหว่างโจทก์ที่ 1 กับคณะกรรมการดำเนินการของจำเลย การที่นางสาว ก. ฟ้องจำเลยในเรื่องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและเรียกค่าเสียหายนั้นก็เป็นสิทธิส่วนตัวของนางสาว ก. โจทก์ไม่มีอำนาจบังคับนางสาว ก. มิให้ฟ้องคดีการที่นางสาว ก. ฟ้องจำเลยยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ที่ 1 แสดงตนเป็นปรปักษ์หรือไม่ซื่อตรงต่อจำเลยหรือทำให้จำเลยได้รับความเสียหายมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการจำเลยที่ให้ถอดถอนสมาชิกภาพของโจทก์ที่ 1 จึงไม่ชอบโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ประชุมคณะกรรมการดำเนินการครั้งที่ 2(10)/2531 และมีมติถอดถอนสมาชิกภาพของโจทก์ทั้งสองโดยอ้างเหตุว่าโจทก์ทั้งสองทำการไม่ซื่อตรงหรือทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือผลประโยชน์ของจำเลย ตามข้อบังคับ พ.ศ. 2518ข้อ 13(9) การลงมติดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและความเป็นธรรมขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการของจำเลยครั้งที่ 2(10)/2531จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการครั้งที่ 2(10)/2531 ถอดถอนสมาชิกภาพของโจทก์ทั้งสองเนื่องจากโจทก์ที่ 1 ได้ให้คำมั่นต่อที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการว่าโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นสามีนางสาวเกษมศานต์ขอยอมรับมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการในการเลิกจ้างนางสาวเกษมศานต์ โดยจำเลยยอมจ่ายเงินทดแทนให้ 6 เดือน และจะแจ้งให้นางสาวเกษมศานต์มารับเงินไป กับจะไม่ให้มีปัญหาอีก หลังจากรับเงินแล้