ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1194/2510

ประเด็นกฎหมาย

การที่โจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ว่าขาดนัดภายในกำหนดเวลา แต่กลับยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

หลักกฎหมาย

คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ว่าโจทก์ขาดนัดชอบหรือไม่เป็นอันยุติแล้ว เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ภายในกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 การที่โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนี้จึงต้องตกไปตามมาตรา 210 และ 225

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานเบิกความเท็จ ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ แต่โจทก์ไม่มาศาล ทนายโจทก์ขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นสั่งยกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 166 โจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษานั้น แต่ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วไม่อนุญาต โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าคำสั่งขาดนัดไม่ชอบด้ว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1194/2510นายทวี โห้หาญโจทก์นางกุ้ยเอี้ยง แซ่เบ๊จำเลย ป.อ. ม. 177, ม. 181, ป.วิ.อ. ม. 166, ม. 181, ม. 210, ม. 225, ม. 198ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์ขาดนัดแล้วพิพากษายกฟ้องเมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ภายในกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 แต่กลับยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วไม่อนุญาต โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ โจทก์จะฎีกาอ้างว่าที่ศาลพิพากษาว่าโจทก์ขาดนัดนั้นเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 หาได้ไม่ เพราะคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ว่าโจทก์ขาดนัดชอบหรือไม่เป็นอันยุติแล้วคดีนี้โจทย์ฟ้องให้ลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จในคดีอาญาซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิต ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗, ๑๘๑ (๒) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งว่าคดีโจทก์พอมีมูลตามข้อหา ให้ประทับฟ้อง หมายเรียกจำเลยมาแก้คดี จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๙ เวลา ๙.๐๐ น. ครั้นถึงนัดเวลา ๑๐.๐๐ น.โจทก์ไม่มาศาล คงมีแต่ทนายโจทก์ จำเลยและทนายจำเลยมาศาล ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๙ ว่า ทนายโจทก์แถลงว่า ตัวโจทก์ไม่มาศาลไม่ทราบเพราะเหตุใด เข้าใจว่าคงป่วยมีพยานโจทก์มาศาล ๔ ปาก โจทก์ไม่มา จึงจำเป็นต้องขอเลื่อนคดีไป จำเลยแถลงว่าแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อโจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัด และไม่แสดงให้ศาลเห็นว่ามีเหตุสมควรจึงมาไม่ได้ ส่วนพยานโจทก์ที่มาเป็นเพียงพยานประกอบตัวโจทก์เท่านั้นจึงไม่ให้เลื่อน ให้ยกฟ้องของโจทก์เสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๖ ครั้นวันรุ่งขึ้นวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๙ โจทก์ยื่นคำร้องว่า