ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2519

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิครอบครองที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ถูกหวงห้าม

หลักกฎหมาย

ที่ดินที่ถูกหวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกาและเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 ผู้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ย่อมไม่มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้จะครอบครองมาเป็นเวลานานก็ตาม

คำวินิจฉัย

โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองที่พิพาทและไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่พิพาทอยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 246 และเป็นที่หวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2487 โจทก์ครอบครองที่พิพาทประมาณ 14-15 ปี แต่เป็นการครอบครองภายหลังที่ดินตกเป็นที่หวงห้ามและไม่ได้รับอนุญาต ส่วนจำเลยได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ให้เข้าทำกิน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2519นางถนอม นัคราโรจน์โจทก์นายเรียง สุขสบาย ที่ 1 กับพวกรวม 5 คนล. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 246 พ.ศ.2515 พ.ร.ฎ.กำหนดเขตหวงห้ามที่ดินในท้องที่ตำบลพรหมพิราม ฯลฯ พ.ศ.2487 พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม. 10 ป.พ.พ. ม. 420, ม. 1304, ม. 1367 ป.วิ.พ. ม. 55ที่พิพาทเป็นที่ดินอยู่ภายในแนวเขตของการจัดสรรนิคมสร้างตนเองของกรมประชาสงเคราะห์ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 246 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2515 ดังนี้ ที่พิพาทเป็นที่หวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินในท้องที่ตำบลพรหมพิราม ตำบลหนองแขม ตำบลมะต้อง ตำบลวงฆ้อง ตำบลหอกลอง ตำบลวัดโบสถ์ และตำบลท่างาม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก พ.ศ. 2487 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญํติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 ถึงแม้ว่าพระราชบัญญัติดังกล่าวถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ที่พิพาทคงเป็นที่หวงห้ามต่อไปตลอดมาจนบัดนี้ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 นั้น ที่พิพาทย่อมเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 โจทก์ครอบครองที่พิพาทมาประมาณ 14 - 15 ปี แต่ก็เป็นระยะเวลาภายหลังที่ที่พิพาทตกเป็นที่หวงห้ามตามกฎหมายแล้ว และไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ การครอบครองที่พิพาทของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทั้งสี่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำกินในที่พิพาทโดยเจ้าหน้าที่ของนิคมสร้างตนเองของกรมประชาสงเคราะห์เป็นผู้จัดให้เช่นนี้ จำเลยทั้งสี่ย่