ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4925/2533

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าเงินที่โจทก์จ่ายให้บริษัทต่างประเทศที่ให้คำปรึกษาและบริหารกิจการโรงแรมเป็นเงินได้ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและเสียภาษีการค้าหรือไม่

หลักกฎหมาย

การส่งคนงานเข้ามาให้คำปรึกษาแนะนำเท่านั้น ไม่ถือเป็นการประกอบกิจการในประเทศไทย เงินที่จ่ายให้บริษัทที่ปรึกษาเป็นเงินได้จากการรับทำงานตามมาตรา 40(2) และเงินที่จ่ายให้บริษัทบริหารโรงแรมเป็นค่าจ้างทำของตามมาตรา 587 แห่ง ป.พ.พ. ซึ่งต้องเสียภาษีการค้า

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางที่ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์เสียภาษีตามประเมิน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์จ้างบริษัทต่างประเทศสองแห่ง โดยแห่งแรกให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกิจการโรงแรม แห่งที่สองให้บริหารกิจการโรงแรม โจทก์จ่ายค่าตอบแทนเป็นค่าใช้จ่ายเบิกชดเชย ค่าการตลาด ค่าส่งเสริมการตลาด และค่าธรรมเนียม โดยไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4925/2533บริษัทโรงแรมราชดำริ จำกัดโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 3 เตรส, ม. 70 (1), ม. 78 ปัณรส วรรคสอง, ม. 78 สัตตรส บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 4 ป.พ.พ. ม. 587การที่บริษัท พ.ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศได้จัดส่งคนงานเข้ามาในประเทศไทยเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำแก่โจทก์ในการประกอบกิจการโรงแรมของโจทก์เท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการเข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย โจทก์ผู้จ่ายเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ให้แก่บริษัทดังกล่าวจึงมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 70 (1) โจทก์ทำสัญญาจ้างบริษัท ฮ.ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่โจทก์ในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจการโรงแรมของโจทก์ การที่บริษัทดังกล่าวปฏิบัติงานให้โจทก์ตามสัญญานั้น บริษัทดังกล่าวจะต้องมีค่าใช้จ่ายของตนเองเพื่อทำงานให้บรรลุผลตามสัญญา ดังนั้น ค่าใช้จ่ายเบิกชดเชย ค่าการตลาด กับค่าส่งเสริมการตลาดที่โจทก์จ่ายให้แก่บริษัทดังกล่าว จึงเป็นเงินได้จากการที่บริษัทดังกล่าวรับทำงานให้โจทก์ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (2) หาใช่เป็นค่าใช้จ่ายของโจทก์ซึ่งบริษัทดังกล่าวทดรองจ่ายไปก่อนแล้วโจทก์จะจ่ายคืนให้ในภายหลังไม่ โจทก์ผู้จ่ายเงินได้ให้แก่บริษัทดังกล่าวจึงมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 3 เตรส การที่โจทก์จ้างบริษัท ฮ.ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ เข้ามาดำเนินกิจการโรงแรมของโจทก์ก็เพื่อให้กิจการโรงแรมของโจทก์เป็นไปด้วยดี ดังนั้นเงินที่โจทก์จ่ายให้แก่บริษัทดังกล่าว ก็เพื่อผลสำเร็จแห่งการงานที่บริษัทดังกล่าวจะบริหารโรงแรมให้โจทก์ จึงถือเป็นเงินค่าจ้างทำของ แม้โจทก์จะเรียกเ