ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5750 - 5751/2533

ประเด็นกฎหมาย

การตั้งผู้จัดการมรดกในกรณีที่มีทายาทโดยธรรมหลายคนซึ่งเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย

หลักกฎหมาย

การสมรสที่เกิดขึ้นก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ใช้บังคับ ย่อมไม่ถูกกระทบกระเทือนตาม พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 มาตรา 4 บุตรที่เกิดจากการสมรสนั้นจึงเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและเป็นทายาทโดยธรรม ส่วนคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายก็เป็นทายาทโดยธรรมเช่นกัน การตั้งผู้จัดการมรดกต้องคำนึงถึงป

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนายแถมผู้ตาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ร้องเป็นบุตรของนายแถมและนางทับทิมซึ่งแต่งงานอยู่กินฉันสามีภรรยาก่อนปี พ.ศ. 2475 ก่อนที่ ป.พ.พ. บรรพ 5 จะใช้บังคับ ต่อมานางทับทิมถึงแก่กรรม นายแถมจดทะเบียนสมรสกับผู้คัดค้านเมื่อปี 2525 และถึงแก่กรรมเมื่อปี 2529 มีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินและเงินฝากธนาคาร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5750 - 5751/2533จ่าสิบเอกวิรัช พันธุรักษ์ผู้ร้อง๓ นางพิมพ์ พันธุรักษ์ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1605, ม. 1629 (1), ม. 1635 (1), ม. 1713, ม. 1718 ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 249 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติแห่ง บรรพ 5 แห่ง ป.พ.พ. พ.ศ.2477มาตรา 4 ระบุว่า บทบัญญัติ บรรพ 5 ไม่กระทบกระเทือนถึงการสมรสซึ่งได้มีอยู่ก่อนวันใช้ ป.พ.พ. บรรพ 5 เมื่อปรากฏว่า ถ. บิดาผู้ร้องแต่งงานอยู่กินฉันสามีภริยากับมารดาผู้ร้องก่อนที่ ป.พ.พ. บรรพ 5 ใช้บังคับผู้ร้องจึงมีฐานะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ถ. และเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับมรดกของ ถ. ส่วนผู้คัดค้านเมื่อจดทะเบียนสมรสกับ ถ. โดยถูกต้องตามกฎหมายมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับมรดกของ ถ. เช่นกัน ทั้งสองฝ่ายย่อมมีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของ ถ. ได้ด้วยกัน ผู้ร้องฎีกาว่า ทรัพย์มรดกเป็นสินสมรสเพราะเป็นทรัพย์สินที่ ถ.บิดาผู้ร้องกับมารดาผู้ร้องทำมาหาได้ร่วมกัน ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทนั้น เป็นเรื่องนอกประเด็นเพราะประเด็นพิพาทแห่งคดีมีเพียงว่า ผู้ร้องและผู้คัดค้านฝ่ายใดสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของ ถ. ผู้ตายเท่านั้น การที่ผู้คัดค้านฎีกาว่าผู้ร้องรับเงินค่าสิทธิการเช่าบ้านมา200,000 บาท แล้วยักยอกไว้ 165,000 บาท าเป็นการยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์-มรดกโดยฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่า ตนทำให้เสื่อมประโยชน์ทายาทคนอื่น ผู้ร้องต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกและผู้ร้องมีพฤติการณ์และการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์กับกองมรดกนั้นผู้คัดค้านมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำร้องคัดค้าน จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ