ข้อตกลงค่าจ้างทนายความในชั้นบังคับคดีอัตราร้อยละ 10 ของยอดหนี้ที่ได้รับ ไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยมรรยาททนายความและไม่เป็นโมฆะ และฟ้องเรียกค่าจ้างส่วนดังก
ข้อตกลงค่าจ้างทนายความในชั้นบังคับคดีซึ่งกำหนดเป็นร้อยละของยอดหนี้ที่ได้รับ เป็นค่าจ้างเพื่อทำงานตามที่จ้าง มิใช่การเอาส่วนแบ่งจากทรัพย์สินที่เป็นมูลหนี้พิพาท จึงไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 และข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 และไม่เป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเร
พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 15,317 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2562 จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ อัตราดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ถ้ากระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนอัตราโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเมื่อใด ก็ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยที่ปรับเปลี่ยนไปบวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
โจทก์เป็นทนายความ จำเลยแต่งตั้งโจทก์เป็นทนายความฟ้องคดีแรงงานเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552 ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยชนะคดีเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2557 จำเลยได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 คู่สัญญาตกลงค่าจ้างว่าความส่วนที่สองในอัตราร้อยละ 10 ของยอดหนี้ที่จำเลยได้รับในชั้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2567นาย ล.โจทก์นาง ส.จำเลย ป.พ.พ. ม. 150, ม. 587 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 ม. 51 ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อตกลงเกี่ยวกับค่าจ้างตามสัญญาจ้างว่าความในชั้นบังคับคดีเป็นเรื่องการทำงานตามที่จ้างเพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา แม้กำหนดค่าจ้างอัตราร้อยละ 10 ของยอดหนี้ที่ได้รับในชั้นบังคับคดีก็มิใช่ข้อตกลงเอาส่วนแบ่งจากทรัพย์สินที่เป็นมูลหนี้พิพาทที่ลูกความจะได้รับเมื่อชนะคดี อันจะขัดต่อ พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ. 2528 และข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ทั้งไม่ใช่นิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ป.พ.พ. มาตรา 150 โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 25,540 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 25,317 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความ มิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ประกอบอาชีพทนายความและดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายของสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา จำเลยทำงานที่องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานในบังคับบัญชาของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรท