การฟ้องว่าปล้นทรัพย์ แต่พิจารณาได้ความว่ารับของโจร ลงโทษตามมาตรา 321 ได้หรือไม่
การฟ้องว่าปล้นทรัพย์ แต่พิจารณาได้ความว่ารับของโจร สามารถลงโทษตามมาตรา 321 ได้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปล้นทรัพย์ แต่พยานโจทก์ไม่มีเพียงพอที่จะลงโทษฐานปล้นทรัพย์ กลับได้ความว่าจำเลยกับพวกนำของกลางไปขาย และจำเลยได้สร้อยคอของกลางโดยรู้ว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2471อัยยการฉะเชิงเทราโจทก์นายแดง นายแอ๊วล. ป.วิ.อ. ป.อ. ม. 321ฟ้องว่าปล้น พิจารณาได้ความว่ารับของ โจรลงโทษได้ ในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ปรากฏว่า โจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยรู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาโดยการชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปล้นทรัพย์ ทางพิจารณาได้ความว่า พะยานโจทก์ไม่มีเพียงพอที่จะลงโทษ ค. จำเลยฐานปล้นทรัพย์ได้ แต่โจทก์มีพะยานเบิกความว่า ค. จำเลยกับพวกได้นำของกลางไปขาย แล ค. จำเลยได้สร้อยคอของกลางเส้นหนึ่งโดยรู้สึกว่าเปนของที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย ศาลอุทธรณ์จึงตัดสินลงโทษ ด. จำเลยตาม ม. ๓๒๑ ให้จำคุก ๑ ปี ส่วน ล. จำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ จำคุกตลอดชีวิตกดเสียกึ่งหนึ่งเพราะจำเลยรับสารภาพคงจำคุก ๙ ปี ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์(หริศ-นรเนติ-วิชัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ