ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2494นายอั้ง แซ่เอี้ยวโจทก์นางสร้อย แสงน้ำตกล. ป.พ.พ. ม. 113, ม. 406 พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ.2486 คนต่างด้าวเป็นโจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าตนเป็นเจ้าของที่พิพาทและขอให้จำเลยโอนที่พิพาทให้ ถ้าไม่สามารถโอนได้ก็ให้จำเลยคืนเงินที่โจทก์ได้ทดรองจ่ายไป ดังนี้ ศาลจะพิพากษายกฟ้องเสียทีเดียวโดยเห็นว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวไม่ปรากฎว่าได้รับอนุญาตให้ยึดถือที่พิพาทได้นั้นยังไม่ชอบเพราะ พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 นั้นหาใช่เป็นกฎหมายที่ห้ามคนต่างด้าวมิให้เป็นเจ้าของที่ดินเสียทีเดียวไม่เป็นแต่ว่าจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อนเท่านั้น ซึ่งถ้าโจทก์ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่ง ก.ม.นั้นแล้ว ก็ย่อมบังคับได้ หรือก็มีทางบังคับทางคืนเงินตามที่โจทก์ได้ขอมาด้วยท้ายฟ้องอีกวิธีหนึ่ง ฉะนั้นศาลชอบที่จะพิจารณาฟังข้อเท็จจริงเสียก่อนจนสิ้นกระแสร์ความโจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าที่พิพาทหมาย ก.ข.ค.เป็นของโจทก์ ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง กับให้จำเลยโอนนาหมาย ค.ให้โจทก์ ถ้าไม่สามารถโอนเฉพาะที่สวนหมาย ก.ได้ ก็ให้จำเลยคืนเงิน ๒๐๐ บาท กับทองคำหนัก ๕ บาทซึ่งโจทก์ได้ทดรองไปในการไถ่ที่หมาย ก.รวมเป็นเงิน ๒๙๕๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวจะเป็นเจ้าของที่ดินได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานที่ตาม พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกดี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ.๒๔๘๖ เรื่องนี้ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้รับอนุญาตให้ยึดถือที่พิพาทรายนี้ได้ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ก.ม ที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นมาอ้างนั้นหาใช่เป็นบทห้ามคนต่างด้าว มิให้เป็นเจ้าของที่ดินเสียทีเดียวไม่ เป็นแต่ว่าจะต้องได้ร