เมื่อสัญญากู้หาย โจทก์สามารถนำพยานบุคคลมาสืบการกู้และฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ที่หายไปได้หรือไม่
เมื่อสัญญากู้หายและโจทก์ได้ตราสินไว้แล้ว โจทก์สามารถนำพยานบุคคลมาสืบการกู้ได้ และฟังได้ว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปจริง
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลเดิม ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามสัญญากับดอกเบี้ยชั่งละ 1 บาทต่อเดือน
โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยคนละ 300 บาทตามสัญญากู้ แต่สัญญากู้ถูกผู้ร้ายลักไป และโจทก์ได้ตราสินไว้แล้ว โจทก์นำพยานบุคคลที่เป็นผู้เขียนสัญญาและที่ลงชื่อเป็นพยานในหนังสือกู้มาสืบ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 439 - 440/2474นางคล้อย บุญน้อย นายเทิ้ม บุญน้อยโจทก์นายห่วง โพธิ์ชื่น นายเพิ้ม นายเพิ่ม วรสุทธิ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 653 ป.วิ.พ. สัญญากู้หาย โจทก์ทำตราสินไว้ฟ้องได้ พะยาน นำพะยานบุคคลสืบการกู้ได้เมื่อสัญญากู้หายคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยคนละ ๓๐๐ บาทตามสัญญากู้แต่สัญญากู้ได้ถูกผู้ร้ายลักไปแลโจทก์ได้ตราสินไว้แล้ว โจทก์จึงนำพะยานบุคคลที่เป็นผู้เขียนสัญญา แลที่ลงชื่อเป็นพะยานในหนังสือกู้มาสืบฟังได้ว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปจริงดังนี้ ศาลเดิมตัดสินให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามสัญญากับดอกเบี้ยชั่งละ ๑ บาทต่อเดือน ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลเดิม(พิพาก-พรหม-วิชัย)ศาลชั้นต้น - หลวงพินิจดุลยจัฏศาลอุทธรณ์ - นายแจ+แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ