ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2536

ประเด็นกฎหมาย

อำนาจฟ้องกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในคดีเรียกค่าทดแทนเวนคืนที่ดิน และการกำหนดค่าทดแทนตามราคาซื้อจริง

หลักกฎหมาย

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 มีอำนาจมอบหมายให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยดำเนินการแทนกรุงเทพมหานครได้ และหากค่าทดแทนไม่ถูกต้อง โจทก์มีอำนาจฟ้องทั้งกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ราคาซื้อที่ดินก่อนถูกเวนคืนไม่นานเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกำห

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 (กรุงเทพมหานคร) ใช้ค่าทดแทนเพิ่มแก่โจทก์จำนวน 680,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2528 จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 2 (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในจำนวนเงินดังกล่าวด้วย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ซื้อที่ดินสองโฉนดเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2523 ในราคา 830,000 บาท (ตารางวาละ 10,000 บาท) ต่อมาที่ดินถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2524 โดยจำเลยกำหนดค่าทดแทนตารางวาละ 1,800 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยและฟ้องเรียกค่าทดแทนเพิ่ม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2536นาย สุรชัย ตุลาภรณ์โจทก์กรุงเทพมหานคร กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 94, ม. 55 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 ม. - ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 64(2), ข้อ 67, ข้อ 74, ข้อ 75, ข้อ 76, ข้อ 77 พ.ร.ฎ.กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาล สายรัชดาภิเษก ตอนแขวงบางซื่อ - แขวงลาดยาว พ.ศ.2517 ที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืน อยู่ในแนวเขตที่ พ.ร.ฎ. กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษกตอนแขวงวัดท่าพระ-แขวงสามเสนนอก พ.ศ. 2524 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบการดำเนินการก่อสร้างให้แก่กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1และตาม พ.ร.ฎ. กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก ตอนแขวงวัดท่าพระ-แขวงสามเสนนอก พ.ศ. 2524มาตรา 4 กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข้อ 64(2) และมีหน้าที่จ่ายค่าทดแทน ตามข้อ 67 และข้อ 74 ถึง 77 ดังนั้นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 และในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ย่อมมีสิทธิมอบอำนาจให้ ก. ดำเนินการสำรวจออกแบบและก่อสร้างทางหลวงเพื่ออนุวัตตามมติคณะรัฐมนตรีได้ เมื่อโจทก์เห็นว่าจำเลยที่ 1 กำหนดเงินค่าทดแทนไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มจากจำเลยที่ 1 ได้ และถือว่าจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์โต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วย กรณีฟ้องเรียกเอาค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ไม่ใช่คดีฟ้องบังคับตามสัญญาซื้อขายจึงไม่อยู่ในบังคับที่ไม่ให้สืบพยานบุคคลเปลี่ยน