ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856/2481กรมรถไฟโจทก์นายโก๊จิวที่ 1 นายยิ้มจั๋วที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ม. 366, ม. 452 ป.วิ.พ. จำเลยยื่นประมูลจะส่งไม้สักให้โจทก์ ๆ ได้ตกลงตามใบประมูลนั้นแล้ว แต่ในใบประมูลของจำเลยก็ดี ในคำสนองรับของโจทก์ก็ดี มีข้อความแสดงว่าโจทก์จำเลยยังจะต้องทำสัญญาซื้อขายกันตามธรรมเนียมอีกดังนี้ ตราบใดที่ยังมิได้ทำสัญญาซื้อขายกันจะเรียกว่าได้มีสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยอันสมบูรณ์แล้วหาได้ไม่ "กรณีเป็นที่สงสัย" ตามความในมาตรา 366 หรือไม่นั้นเป็นข้อเท็จจริงเมื่อจำเลยทำคำให้การต่อสู้คดีบรรยายข้อความเข้าในบทกฏหมายมาตราใดแล้ว แม้มิได้อ้างบทมาตรานั้นมาด้วยก็ดี ศาลก็มีอำนาจหยิบยกเอามาตรานั้นขึ้นมาเป็นบทวินิจฉัยได้ไม่เป็นการผิดวิธีพิจารณา (ดูฏีกาที่ 931/2480)โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยผิดสัญญาส่งไม้ทำให้โจทก์ต้องไปซื้อจากผู้อื่นแพงกว่าที่จำเลยตกลงไว้ ๗๑๒.๒๑ บาท โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินจำนวนนี้ ทางพิจารณาได้ความว่าโจทก์ได้ประกาศเรียกประมูลส่งไม้สัก ตามใบประมูลไม้ซึ่งเป็นคำเสนอฝ่ายจำเลยถึงโจทก์เป็นแบบพิมพ์ของโจทก์เอง มีข้อความว่าผู้ยื่นราคาต้องว่างมัดจำในเวลายื่นประมูล ๑๐ บาท และเมื่อประมูลได้ต้องทำสัญญาซื้อขายโดยมีเงินวางมัดจำ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของราคาไม้ครั้นจำเลยส่งใบประมูลไปยังโจทก์แล้วโจทก์ได้มีหนังสือตอบมาว่าได้ตกลงรับซื้อแล้วของเชิญมาทำสัญญาซื้อขายตามธรรมเนียม แต่จำเลยไม่มาทำนสัญญากับโจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตามหลักฐานเหล่านี้แสดงว่าโจทก์จำเลยยังจะต้องทำสัญญาเป็นหนังสือและวางมัดจำกันอีกชั้นหนึ่ง ตราบใด ที่ยังมิได้ทำสัญญาเป็นหนังสือและยังมิได้วางเงินมัดจำจะเรียกว่าได้มีสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยอันสมบูรณ์แล้วมิได้โจทก์ได้แต่จะริบเงิน ๑๐ บาทที่วางไว้ในการ