ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1739/2500

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าโจทก์ซึ่งเป็นสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดที่ดินที่ทำนาร่วมกันได้หรือไม่ และฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่

หลักกฎหมาย

แม้ที่ดินที่ทำนาร่วมกันจะไม่ใช่สินบริคณห์ แต่โจทก์มีส่วนได้เสียเพราะทำนาร่วมกับภริยา จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายในนามของตนเองได้ และภริยามีสิทธิร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 เพราะมีส่วนได้เสีย

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์และให้ถมคันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพกั้นน้ำได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ชายหญิงเป็นสามีภริยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรสและได้ทำนาร่วมกัน จำเลยทำละเมิดโดยทำลายคันดินกั้นน้ำในที่ว่างเปล่า ทำให้น้ำท่วมนา โจทก์ที่ 1 ฟ้องเรียกค่าเสียหาย โจทก์ที่ 2 ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1739/2500นายนาค สุขโสภี ที่1,นางสังวาลย์สุขโสภี ที่ 2โจทก์นายเชาว์ หรือสำรวย อินทรรักษาทรัพย์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 57, ม. 249 ป.พ.พ. ชายหญิงเป็นสามีภรรยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรสและได้ทำนาร่วมกันมา จำเลยทำละเมิดต่อที่นาแปลงนั้น ชายมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ในนามของตนเอง และหญิงก็ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้เพราะมีส่วนได้เสีย.โจทก์ที่ ๑ ฟ้องว่าได้ทำนาส่วนของโจทก์ที่ ๒ ผู้เป็นภรรยา และได้ทำคันดินกั้นน้ำในที่ว่างเปล่าไม่มีเจ้าของเพื่อประโยชน์แก่การทำนานั้น จำเลยทำลายคันดินนั้นพังเกือบหมดทำให้น้ำไหลเข้าท่วมที่นาจนโจทก์ไม่อาจปลูกข้าวได้ ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายและทำคันดินให้อยู่ในสภาพเดิมและให้ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้อง โจทก์ที่ ๒ ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต จำเลยให้การว่าไม่ได้ทำลายคันดินนั้น และว่าน้ำเข้ามาโจทก์จากทางอื่น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์และให้ถมคันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพกั้นน้ำได้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาในข้อกฏหมายของจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแทนนางสังวาลย์ผู้เป็นภรรยาไม่จดทะเบียนของโจทก์ว่า ความข้อนี้จำเลยมิได้ยกเป็นข้อต่อสู้ไว้แต่ต้น จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยชั้นฎีกา อย่างไรก็ดี ที่นาที่จำเลยทำให้โจทก์ไม่สามารถทำนาได้นั้น แม้ไม่ใช่สินบริคณห์ก็จริง แต่โจทก์ก็ไม่ได้ฟ้องเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย โจทก์มีส่วนได้เสียในที่นานี้เพราะโจทก์ทำนาร่วมกับนางสังวาลย์ โจทก์จึงมีสิทธิ์ฟ้องได้ในนามของตนเอง นางสังวาลย์เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมตามสิทธิของตนตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๕๗ เพราะมีส่วนได้เสีย ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า