ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2536

ประเด็นกฎหมาย

การที่ลูกจ้างใช้ผู้อื่นตอกบัตรลงเวลาทำงานแทน แต่ลูกจ้างเข้าทำงานก่อนเวลาทำงานปกติ ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ และ

หลักกฎหมาย

การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่เป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) ต้องเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่กิจการของนายจ้าง การที่ลูกจ้างใช้ผู้อื่นตอกบัตรลงเวลาทำงานแทน แต่ลูกจ้างเข้าทำงานก่อนเวลาทำงานปกติ ไม่ถือเป็นกรณีร้ายแรง แต่อย่างไรก็

คำวินิจฉัย

จำเลยต้องจ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชยให้โจทก์ แต่ไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ใช้ให้นายสาโรช นพตะลุง ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยตอกบัตรลงเวลาทำงานแทนให้แก่โจทก์ในวันที่ 29 มีนาคม 2535 ขณะที่โจทก์รอซื้อข้าวอยู่ แต่โจทก์ได้เข้าทำงานก่อนเวลาทำงานปกติ จำเลยมีข้อตกลงตามบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างว่าในกรณีพนักงานออกจากงานโดยไม่มีความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มคร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2536นาง พรรณิภา กิตติธาดากุ ลโจทก์บริษัท บุญ รอด บริวเวอรี่ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47(3)การที่โจทก์ได้ใช้ผู้อื่นตอกบัตรลงเวลาทำงานแทนให้แก่โจทก์แต่โจทก์ก็ได้เข้าทำงานก่อนเวลาทำงานปกตินั้น มิใช่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ ในข้อ 47(3) ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 46 แต่เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์จงใจขัดคำสั่งดังกล่าวจำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยมิ พักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จำต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ตามป.พ.พ. มาตรา 583.โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดและจำเลยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 3,022.50 บาท เงินบำเหน็จ 44,330 บาทและค่าชดเชย 36,270 บาท แก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ใช้ให้นายสาโรช นพตะลุง ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยตอกบัตรลงเวลาเข้าทำงานให้โจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรงซึ่งตามระเบียบดังกล่าวการประทับบัตรแทนกันจะต้องได้รับโทษด้วยการไล่ออกจากงานเพียงสถานเดียว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินใด ๆ จากจำเลย ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จจำนวน33,247.50 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 3,022.50 บาทและค่าชดเชยจำนวน 36,270 บาท แก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจท