ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2499

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายสามข้อ: (1) ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ (2) การรับฟังคำพยานผู้ชำนาญการตรวจลายมือโดยไม่ส่งสำเนาความเห็นให้จำเลยก่อน 3 วัน ชอบด้วย ป.วิ.อ.

หลักกฎหมาย

ฟ้องไม่เคลือบคลุมหากจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีและไม่เสียเปรียบหรือหลงข้อต่อสู้; พยานผู้ชำนาญการที่ศาลมิได้สั่งให้ทำความเห็นเป็นหนังสือ ไม่ต้องส่งสำเนาให้จำเลยก่อน 3 วัน; เอกสารที่จะเป็นหนังสือสำคัญในราชการต้องแสดงว่าส่วนราชการเป็นเจ้าของและใช้จ่ายเงินราชการ

คำวินิจฉัย

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 224 (ปลอมเอกสารธรรมดา) ไม่ใช่มาตรา 225 (ปลอมหนังสือสำคัญในราชการ) แต่โทษที่ศาลล่างวางมาสมควรแล้ว จึงคงไว้ตามเดิม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองสมคบกันปลอมใบเสร็จรับเงินของราชการกองทัพอากาศ หรือมิฉะนั้นสมคบกันใช้หนังสือปลอม โดยจำเลยที่ 1 ใช้ให้จำเลยที่ 2 นำใบเสร็จปลอมไปเก็บเงินจากบริษัทจี้เซ้งสี่พระยา 600 บาท ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ปลอมใบเสร็จของกลาง จำเลยที่ 2 รับไว้โดยไม่รู้ว่าปลอมไม่มีผิด ใบเสร็จของกลาง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2499พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายประเสริฐ ศิริวันต์ ที่ 1 นางประทีป กฤตหอม หรือกลิ่นหอม ที่ 2จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 (5), ม. 243 ป.อ. ม. 6 (19), , ม. 224, ม. 225จำเลยตัดฟ้องว่าโจทก์เคลือบคลุม (อ้างว่าข้อ 1.ค.กล่าวว่าจำเลยทั้งสองได้บังอาจสมคบกันใช้อุบายหลอกลวงกล่าวเท็จแก่นายเจริญ ซึ่งแสดงว่าได้ใช้อุบายหลอกลวงกล่าวเท็จทั้งสองคน แต่ในข้อเดียวกันก็กล่าวว่าจำเลยที่ 2 แต่คนเดียวเป็นผู้กล่าวว่ากองทัพอากาศได้ใช้ให้จำเลยมาเก็บเงิน ฟ้องเช่นนี้เป็นสองแง่สองคม ทำให้จำเลยเสียเปรียบและหลงข้อต่อสู้) แต่เมื่ออ่านฟ้องแล้วได้ความว่าโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทั้ง 2 สมคบกันทำใบเสร็จปลอมขึ้นหรือมิฉะนั้นก็สมคบกันใช้หนังสือปลอม โดยจำเลยที่ 1 ใช้ให้ จำเลยที่ 2 นำใบเสร็จปลอมไปเก็บเงิน จำเลยเข้าใจได้ดีไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบหรือหลงข้อต่อสู้จึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เมื่อพยานมาเบิกความยังศาลโดยถูกโจทก์อ้างในฐานเป็นผู้ชำนาญการตรวจลายมือ (ตามป.วิ.อาญา ม.243 วรรคแรก) ศาลมิได้สั่งให้พยานทำความเห็นเป็นหนังสือ ดังนี้พยานจึงไม่อยู่ในบังคับต้องส่งสำเนาเอกสารการตรวจลายมือให้จำเลยก่อน 3 วันตาม ป.วิ.อาญา ม.243 วรรค 2 เมื่อโจทก์ไม่ได้สืบให้เห็นว่าหนังสือข่าวทหารอากาศเป็นส่วนราชการในกองทัพอากาศอย่างไรรายรับรายจ่ายของหนังสือนี้ก็ไม่ปรากฏว่าใช้จ่ายในเงินของราชการหรือไม่ประการใด ดังนี้แม้กองทัพอากาศจะเป็นเจ้าของและรองเสนาธิการทหารอากาศเป็นบรรณาธิการก็ดี ก็ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นหนังสือราชการของกองทัพอากาศ จำเลยปลอมใบเสร็จรับเงินหนังสือข่าวดังกล่าวจึงมีความผิดตาม ม.224 ไม่ใช่ 225.โจทก์ฟ้องว่า ก. เมื่อวันที่ ๗ มิ.ย.๙๗ ได้มีผู้ปลอมใบเสร็จรับเงินของราชการกองทัพอากาศขึ้นทั้งฉบับ