ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436 - 437/2479

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการลงโทษจำเลยตามมาตรา 295 หรือมาตรา 321 และการรับฟังพยานหลักฐานโดยไม่มีประจักษ์พยาน

หลักกฎหมาย

แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเห็นในเวลาเกิดเหตุ แต่ตามพฤติการณ์ฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ร้าย

คำวินิจฉัย

ให้ลงโทษจำเลยยืนตามศาลชั้นต้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ทรัพย์ของผู้อื่นหายไปโดยคนร้ายใช้สว่านเจาะและล้วงถอดกลอนประตูหน้าต่างเข้าไป เจ้าพนักงานจับของกลางบางอย่างได้ที่บ้านจำเลยซึ่งอยู่บ้านเดียวกัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436 - 437/2479อัยยการพิษณุโลกโจทก์นายเฉลียว,นายโสภา,นายยิ้ม,นางอ้อยจำเลย ป.อ. ม. 295, ม. 321 พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ป.วิ.อ. ม. 218ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิด 2 กะทง ให้จำคุกจำเลย 5 ปีตาม ม.+95 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีผิดกะทงเดียวให้จำคุก 1 ปีตาม ม.321 ดังนี้เป็นแก้มาก ฎีกาข้อเท็จจริงได้+ทางพิจารณาได้ความว่าทรัพย์ของ ล.แล น.หายไป โดยคนร้ายใช้สว่านเป็นเครื่องเจาะแลล้วงถอดกลอนประตูหน้าต่างเข้าไปเจ้าพนักงานจับของกลางบางอย่างได้ที่บ้านจำเลยซึ่งอยู่บ้านเดียวกัน โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเป็น ๒ สำนวนด้วยกัน ศาลชั้นต้น พิพากษาว่า ส.ฉ.แล ย.มีผิดตาม ม.๒๙๕, ๒ กะทง ให้จำคุก ๕ ปี ช.มีผิดตาม ม.๓๒๑ ให้จำคุก ๑ ปี แต่ให้รอการลงอาญาไว้ ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าจำเลยกระทำผิดแต่ฟังว่า ส.จำเลยผู้เดียวได้ทรัพย์มาไว้โดยรู้สึกว่าเป็นของร้าย มีผิดฉะเพาะในสำนวนแรก จึงพิพากษาแก้ให้จำคุก ส. ๑ ปี ตาม ม.๓๒๑ นอกนั้นปล่อยตัวไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พะยานเห็นในเวลาเกิดเหตุ แต่ตามพฤตติการณ์ฟังได้ว่า ฉ.ส.แล ย.จำเลยเป็นผู้ร้ายรายนี้ จึงให้ลงโทษจำเลยยืนตามศาลชั้นต้น(อมาตย์-นิติศาสตร์-เทฟโนต์)ศาลชั้นต้น - พระนาถประชาศาลอุทธรณ์ - พระวรพจน์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ