ปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ เนื่องจากจำเลยหลบหนีระหว่างอุทธรณ์และถูกจับกุมหลังจากศาลออกหมายจับเกิน 5 ปี
เมื่อโจทก์ขอให้ศาลออกหมายจับจำเลยแล้ว อายุความต้องนับต่อไปใหม่ตั้งแต่วันที่ศาลออกหมายจับจำเลย แต่หากจับตัวจำเลยได้เมื่อล่วงเลยเกินกำหนดอายุความ 5 ปี คดีย่อมขาดอายุความ
คดีของโจทก์ขาดอายุความแล้ว ให้ปล่อยตัวไป
จำเลยถูกฟ้องในข้อหาลักทรัพย์ของหลวง ตามมาตรา 293 มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี จำเลยหลบหนีระหว่างอุทธรณ์ ศาลออกหมายจับเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2465 แต่จับตัวจำเลยได้เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2472 รวมระยะเวลา 7 ปีเศษ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 764/2472อัยยการไชยาโจทก์นายสิบตำรวจตรีทรัพย์รับเทพจำเลย ป.อ. ม. 78 ป.วิ.อ. จำเลยต้องหาว่ากระทำผิดตาม ม.293 หลบหนีไปก่อนฟังคำตัดสินศาลอุทธรณ์ ศาลออกหมายจับได้เกิน 5 ปี คดีขาดอายุความ ลงโทษไม่ได้ เทียบฎีกาที่ 1072/2464เดิมจำเลยกับ ท. พ.ต้องหาว่าเปนผู้ร้ายลักเงินของหลวงไป ๔๗๐๐ บาท ๒๒ สตางค์ ศาลเดิมตัดสินลงโทษตามมาตรา ๒๙๓ ข้อ ๑-๔ ,๕-๑๑ ให้จำคุกไว้คนละ ๕ ปีกับใช้พระราชทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับให้ยกฟ้อง ปล่อยตัวไป แต่ส่วนจำเลยนี้ได้หลบหนีไปเสียจากเรือนจำในระหว่างอุทธรณ์ โจทก์ได้ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาวินิจฉัยแต่ฉะเพาะคดีส่วนตัว ท. พ.ว่ามีความผิดและให้ลงโทษตามที่ศาลเดิมตัดสินมาส่วนจำเลยนี้ศาลได้ออกหมายจับตามที่โจทก์ร้องขอเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๔๖๕ เจ้าหน้าที่จับตัวได้เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๔๗๒ ศาลเดิมจึงอ่านคำตัดสินศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง และส่งสำเนาฎีกาของโจทก์ให้แก่จำเลย ๆ ฎีกาคัดค้านว่าคดีโจทก์ขาดอายุความดังนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีที่จำเลยต้องหานั้นถ้าจะมีผิดก็คงมีโทษเท่ากับ ท.พ. เพราะในกรรมอันเดียวกัน ซึ่งตามมาตรา ๒๙๓ มีโทษอย่างสูงเพียง ๕ ปี กำหนดอายุความต้องเข้าอยู่ในมาตรา ๗๘ ข้อ ๓ มีกำหนด ๕ ปี ถึงจำเลยจะหลบหนีไปตั้งแต่ระหว่างอุทธรณ์ ซึ่งระหว่างนั้นเปนเวลาหยุดอายุความตามมาตรา ๗๙ ก็ดี แต่เมื่อโจทก์ขอให้ศาลออกหมายจับจำเลยแล้วอายุความก็ต้องนับต่อไปใหม่ตั้งแต่วันศาลออกหมายจับจำเลย แต่พึ่งจับจำเลยได้เปนเวลาล่วงมาถึง ๗ ปีเศษดังนี้ คดีของโจทก์ขาดอายุความแล้วให้ปล่อยตัวไป(พิพาก-พรหม-วิชัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พ