ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2487
ประเด็นกฎหมาย
ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแยกกะทงความผิด การกระทำผิดกะทงเดียว และการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
หลักกฎหมาย
1. กะทงความผิดที่คู่ความมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์และแยกกันได้เด็ดขาดจากกะทงความผิดที่อุทธรณ์ ย่อมถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา 2. การกระทำผิดโดยใช้ปืนยิงหลายนัด หากไม่ปรากฏว่าแยกทำร้ายผู้เสียหายเป็นหลายกรรม ถือเป็นความผิดกะทงเดียว 3. การป้องกันชีวิตผู้อื่นที่กระทำเกินสมควรแก่เ
คำวินิจฉัย
ศาลฎีกาพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ในข้อหาฐาน พ.ร.บ.อาวุธปืน เป็นให้ลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้น นอกนั้นยืน
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จำเลยถูกพวกผู้เสียหายทำร้ายก่อนโดยมิได้สมัครใจเข้าวิวาท เมื่อจำเลยกับน้องชายวิ่งหนีแล้ว พวกผู้เสียหายยังวิ่งไปกลุ้มรุมฟันแทงน้องชาย จำเลยจึงใช้ปืนยิง 2 นัด เป็นเหตุให้นายทอนตาย และนายเหงี่ยม นายงั่ว บาดเจ็บ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2487อัยการอ่างทองโจทก์นายอิน พายัพจำเลย ป.อ. ม. 50, ม. 70. 71, ม. 349. พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 199, ม. 198, ม. 15. ป.วิ.พ. ม. 225, ม. 240, ม. 243กะทงความผิดที่คู่ความมิได้ยกขึ้นอุธรน์ และแยกกันได้เด็ดขาดจากกะทงความผิดที่อุธรน์มานั้นย่อมถึงที่สุดเพียงสาลชั้นต้น สาลอุธรน์ไม่มีอำนาดพิจารานาพิพากสา การที่จำเลยยิงปืน 2 นัดถูกผู้เสียหายคนหนึ่งตายอีก 2 คนบาดเจ็บหากไม่ปรากตว่าจำเลยได้แยกทำร้ายผู้เสียหายคนไดเปน 2 กัมแล้วถือว่าจำเลยทำผิดกะทงเดียว พรึติการน์ถือว่าป้องกันเกินสมควนแก่เหตุ.โจทฟ้องจำเลยรับสารภาพไนข้อหาว่าจำเลยไช้อาวุธซึ่งมิหยู่โดยมิได้รับอนุญาต พยายามค่าคนและค่าคนโดยเจตนา สาลชั้นต้นเห็นว่า การที่จำเลยยิงปืน ๒ นัดถูกนายทอนตายและนายเหงี่ยมนายงั่วปาดเจ็บนั้นเปนความผิด ๒ กะทงคือถานค่าคนโดยเจตนาและพยายามค่าคน แต่จำเลยทำไปโดยถูกยั่วโทสะไห้ลงโทสจำเลยตามกดหมายอาญา ม. ๒๔๙, ๖๐, ๕๕. และปรับตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน พ.ส. ๒๔๗๗ โจทจำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์ พิพากสาแก้โดยฟังว่าจำเลยกะทำผิดกะทงเดียว และเปนการป้องกันเกินสมควนแก่เหตุ ส่วนข้อหาว่าจำเลยผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนนั้น โจทฟ้องแต่ว่าจำเลยไช้อาวุธปืน ลงโทสไม่ได้ โจทดีกา สาลดีกาวินิฉัยดีกาของโจทดังนี้ ๑. ที่สาลชั้นต้นลงโทสจำเลยถานผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืนนั้นคู่ความมิได้ยกขึ้นอุธรน์ และเปนกะทงความผิดที่แยกกันได้เด็ดขาดจากกะทงความผิดที่คู่ความอุธรน์ ความผิดไนกะทงนี้จึงถึงที่สุดเพียงสาลชั้นต้น สาลอุธรน์ ไม่มีอำนาดพิจารนาพิพากสา ๒. การทีจำเลยยิงปืน ๒ นัดถูกนายทอนตายและนายเหงี่ยมนายงั่วบาดเจ็บนั้น ไม่ปรากตว่าจำเลยได้แยกทำร้