การแยกกันอยู่หรือร้างกันเป็นเวลานานไม่ทำให้ขาดจากสามีภรรยากัน และไม่สิ้นสิทธิรับมรดกซึ่งกันและกัน
แม้สามีภรรยาจะแยกกันอยู่หรือร้างกันเป็นเวลานาน ก็ไม่ทำให้ขาดจากสามีภรรยากัน และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1628 ก็ไม่สิ้นสิทธิรับมรดกซึ่งกันและกัน
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้หักใช้สินเดิมของโจทก์และแบ่งมรดกของนายอิ่มให้โจทก์และจำเลยคนละครึ่ง
โจทก์และนายอิ่มเป็นสามีภรรยากัน ต่อมาโจทก์ออกจากบ้านไปรักษาตัวที่อื่นเป็นเวลานาน จำเลยซึ่งเป็นภรรยาอีกคนของนายอิ่มอ้างว่าโจทก์กับนายอิ่มร้างกันแล้ว โจทก์ฟ้องเรียกสินเดิมและขอแบ่งมรดกของนายอิ่ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2487นางแอบ ฝนฝึกกิจโจทก์นางพิมพ์ ฝนฝึกกิจจำเลย กฎหมายลักษณะผัวเมีย ป.พ.พ. ม. 1455, ม. 1497, ม. 1628สามีภรรยาแยกกันหยู่ช้านานหรือเรียกว่าร้างกันนั้น ไม่ทำไห้ขาดจากสามีภรรยากัน และไม่สิ้นสิทธิรับมรดกซึ่งกันและกัน.โจทฟ้องเรียกสินเดิมและขอแบ่งมรดกนายอิ่มผู้รายซึ่งเปนสามีโจทจำเลย สาลชั้นต้นเห็นว่า โจทกับนายอิ่มหย่าขาดกันมานานแล้ว พิพากสายกฟ้งอ สาลอุธรน์ฟังว่า โจทได้ออกจากบ้านไปรักสาตัวที่อื่นจังไม่ขาดจากเปนผัวเมียกับนายอิ่ม จึงพิพากสา ไห้หักไช้สินเดิมของโจท และแบ่งมรดกนายอิ่มไห้โจทจำเลยคนละครึ่ง จำเลยดีกาว่า โจทกับนายอิ่มร้างกันไปนานแล้ว สแดงว่าขาดจากสามีภรรยากัน โจทไม่ควนได้รับมรดก สาลดีกาเห็นว่าแม้โจทจะร้างกับนายอิ่มก็ไม่ขาดจากสามีภรรยากัน และตามประมวนแพ่งและพานิชมาตรา ๑๖๒๘ ก็ไม่สิ้นสิทธิมรดกซึ่งกันและกัน จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์(ทิพปัญญา อ. บุปผเวส-ชม จามรมาน-ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ)ศาลชั้นต้น - ศาลอุทธรณ์ - + มกรานนท์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ