ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2488กรมสรรพากรโจทก์บริษัทปูนซิเมนต์ไหมจำกัดจำเลย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร พ.ศ.2482 ป.พ.พ. ม. 833 ป.วิ.พ. ม. 84, ม. 86, 2จำเลยทำสัญญาตั้งผู้อื่นเป็นตัวแทนค้าต่าง จำหน่ายสินค้าและเก็บเงินให้ ดังนี้การส่งมอบสินค้ากับชำระราคาของไม่ใช่เป็นกรณีเรื่องซื้อขายอันจะต้องเสียอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร โจทก์อ้างเอกสารสัญญาตั้งตัวแทนค้าต่างที่จำเลยทำไว้เป็นพะยานซึ่งมีข้อความชัดเจนนั้น โจทก์จะขอสืบพะยานแปลข้อความในเอกสารนั้นเป็นอย่างอื่นไม่ได้.บริษัททำสัญญาให้บริษัทไทยนิยมพาณิชจำกัดเป็นตัวแทนค้าต่างขายปูนซิเมนต์ของจำเลยตลอดจนเก็บเงินที่ขายได้และชำระเงินนั้นให้แก่จำเลย ศาลแพ่งเห็นว่าตามข้อความในสัญญาพอวินิจฉัยได้ จึงงดสืบพะยานพิพากษาว่าตามสัญญาบริษัทไทยนิยมฯ ไม่ใช่ผู้ซ้อและการชำระเงินให้จำเลยก็ไม่ใช่เรื่องซื้อขายปูนซิเมนต์กัน จึงไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาดังต่อไปนี้ ๑. โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ขอสืบพะยานว่าบริษัทไทนิยมเป็นผู้ซื้อปูนซิเมนต์จากจำเลย ศาลสั่งงดไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์แถลงขอสืบว่าบริษัทไทยนิยมฯ เป็นผู้ซื้อปูนซิเมนต์จากจำเลยตามหนังสือสัญญา ข้อ ๖ เท่านั้นหาใช่ขอสืบพะยานดังฎีกาไม่ ๒. โจทก์ฎีกาว่าหนังสือสัญญามีข้อความกำกวมไม่ชัดเจน ศาลฎีกาเห็นว่ามีข้อความชัดเจนว่าบริษัทไทยนิยมเป็นผู้จำหน่ายปูนซิเมนต์และเก็บเงินให้จำเลยไม่กำกวมดังโจทก์อ้าง ๓. โจทก์อ้างว่าตามหนังสือสัญญานั้นไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะสืบว่าบริษัทไทยนิยมฯ เป็นผู้ซื้อปูนซิเมนต์จากจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างไม่ได้พิพากษาว่าสัญญานี้ตัดสิทธิโจทก์ที่จะขอสืบดังกล่าว ศาลล่างเพียงแต่ชี้ขาดว่า โจทก์ขอสืบพะยานแปลข้