ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 154/2488

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.พ.พ. ม. 420
  • มาตรา ๗๗ แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 154/2488นายทนู อินทะมุสิกโจทก์นายเรืออากาศเอกวุธิสรสงครามวุธิราชรักษาข้าหลวงนครศรีธรรมราช,นายพันเอกเสงี่ยม อธิบดีกรมมหาดไทยจำเลย ป.พ.พ. ม. 420 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2479 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2482 ม. 58, ม. 60, ม. 77.ความผิดฐานผิดวินัยนั้นแม้จะได้มีการฟ้องศาลและศาลยกฟ้องแล้ว ก็นำมาพิจารณาโทษผิดวินัยอีกก็ได้ ในเรื่องสอบสวนฐานผิดวินัยไม่มีข้อบังคับว่าจะต้องแจ้งข้อหาให้ทราบก่อนจึงจะสอบสวนได้ ทำผิดฐานผิดวินัยก่อนมี พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2482 การพิจารณาโทษต้องนำ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2479 มาใช้ เพราะ ม.17 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการ 2482 บัญญัติไว้เช่นนั้น.คดีนี้ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นไปตามหน้าที่ราชการไม่เป็นการละเมิด โจทก์ฎีกา ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยดังต่อไปนี้ ๑. โจทก์อ้างว่าเมื่อถูกฟ้องว่าทุจริตต่อหน้าที่และศาลได้พิพากษายกฟ้องแล้ว จำเลยหมดสิทธิตามกฎหมายที่จะกล่าวหาโจทก์ฐานทำผิดฐานทำผิดวินัยและขอปลดโจทก์ศาลฎีกาเห็นว่าตาม พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน ๒๔๗๙ ได้แยกการปลดข้าราชการออกฐานผิดวินัยฐานทำผิดอาญาไว้ต่างหากกัน และไม่มีกฎบังคับห้ามมิให้พิจารณาโทษวินัยในเมื่อศาลได้พิพากษายกฟ้องแล้ว ๒. โจทก์อ้างว่าในการพิจารณาโทษฐานผิดวินัยนี้จำเลยไม่ได้แจ้งข้อหาให้โจทก์ทราบ จำเลยจึงไม่มีสิทธิพิจารณาโทษ ศาลฎีกาเห็นว่าไม่มีกฎหมายบังคับว่าการสอบสวนโทษทางวินัยจะปฏิบัติอย่างไร และเรื่องนี้โจทก์ได้ทราบเรื่องดีอยู่แล้ว เพราะเดิมกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งกรรมการสอบสวนการฟ้องคดีต่อศาลก่อนมีการพิจารณาโทษทางวินัยอยู่ก่อนแล้ว ๓. โจทก์อ้างว่าเป็นข้าราชการชั้นตรีตาม ม.