ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2509นางละมัย จูนิยมโจทก์นายนาค จูนิยม ที่ 1 นายชื้น แสงอภัย ที่ 2จำเลย กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 68 ป.พ.พ. ม. 1336, ม. 1462, ม. 1463, ม. 1473, ม. 1512, ม. 1513, ม. 1515, ม. 1517 กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 72 โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นสามีภริยากันก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 สิทธิในสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ต้องบังคับตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย ซึ่งใช้อยู่ก่อนวันประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เมื่อโจทก์ได้จำเลยที่ 1 เป็นสามีโจทก์ไม่มีสินเดิม ตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย โจทก์ไม่มีสิทธิจะได้ส่วนแบ่งในสินสมรส (อ้างฎีกาที่ 326/2479) เมื่อฟังว่านาพิพาทเป็นสินเดิมของจำเลยที่ 1 และแม้หากจะฟังว่าเรือนและครัวซึ่งปลูกอยู่บนนาพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิจะได้ส่วนแบ่งในสินสมรส จำเลยที่ 1 ก็มีอำนาจขายนาพิพาทพร้อมด้วยเรือนและครัวให้จำเลยที่ 2 ได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับนายนาคจำเลยที่ ๑ เป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายต่างมีสินเดิมด้วยกัน ต่อมาจับจองที่ดิน ๑ แปลงคือ โฉนดที่ ๓๖๙๘ ลงชื่อจำเลยที่ ๑ ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ได้ปลูกบ้านและครัวลงในที่แปลงนี้ด้วย โจทก์ถือว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นสินสมรส จำเลยที่ ๑ ทะเลาะวิวาทและทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์อย่างร้ายแรง ด่าโจทก์และบุพการีของโจทก์ ฯลฯ จำเลยโอนขายที่พิพาทให้จำเลยที่ ๒ เป็นการสมยอมกัน ขอให้เพิกถอนทำลายนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาท เรือนและครัว ระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ กับโจทก์ขาดจากการเป็นสามีภริยาและแบ่งสินสมรส หากจำเลยที่ ๑ ไม่ยอมหย่าก็ขอให้ลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยท