ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2508

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2508นายเก่ง ธารสิริโรจน์โจทก์นายเต็กเฮ้ง แซ่ตันจำเลย ป.วิ.พ. ม. 142 (5), ม. 249 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ป.พ.พ. ม. 538การที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์นั้น ในชั้นฎีกาต้องถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้มีการยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในชั้นศาลอุทธรณ์ จึงต้อห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จำเลยฎีกาตึกพิพาทเป็นเคหะอยู่ในความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 แต่มิได้ยกปัญหานี้ขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามตามมาตรา 249 และเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควรจะยกปัญหาดังกล่าวนี้ขึ้นวินิจฉัยตามมาตรา 142(5) ก็ไม่ยกขึ้นวินิจฉัยให้ เมื่อการเช่าอสังหาริมทรัพย์มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้เช่าก็ไม่อาจยกสิทธิเกี่ยวกับสัญญาเช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ให้เช่าได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์เพื่ออาศัยอยู่และทำการค้า โดยมิได้ทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือโจทก์ได้บอกกล่าวเลิกการเช่าให้จำเลยออกไปจากตึกพิพาท จำเลยก็ไม่ออก จึงขอให้ศาลขับไล่จำเลยและบริวาร จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์จะมีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทหรือไม่ จำเลยไม่ทราบ จำเลยไม่ได้เช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์ จำเลยไม่ได้รับหนังสือบอกเลิกการเช่าจากโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาขับไล่จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นข้อเท็จจริงที่จำเลยฎีกาขึ้นมาเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้ ในชั้นฎีกาต้องถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีการยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในชั้นศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ท