ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1373/2505

ประเด็นกฎหมาย

การเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างห้องแถวให้ผู้อื่นเช่า ถือเป็นการประกอบธุรกิจการค้า ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน แม้ผู้เช่

หลักกฎหมาย

การเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างห้องแถวให้คนอื่นเช่า แสดงว่ามีเจตนาเช่าที่ดินเพื่อหาประโยชน์เป็นการประกอบธุรกิจการค้า แม้ผู้เช่าจะใช้ห้องแถวนั้นอยู่อาศัยเองด้วย ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ให้จำเลยรื้อห้องแถวและทำที่ดินให้คงสภาพเดิม ชำระค่าเช่าค้าง 2,546 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 400 บาทนับจากวันฟ้องจนกว่าจะรื้อห้องแถว

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเช่าที่ดินมีกำหนด 5 ปี เพื่อปลูกสร้างห้องแถว 28 ห้อง ให้ผู้อื่นเช่า 27 ห้อง และอยู่อาศัยเอง 1 ห้อง สัญญาเช่าสิ้นอายุแล้ว โจทก์ซึ่งรับโอนที่ดินไม่ประสงค์ให้เช่าต่อ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1373/2505นางปุ้ย สุคนธมานโจทก์นายกวงเง็ก หรือ กวนยิด แซ่เจ็งจำเลย ป.พ.พ. ม. 537, ม. 566 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 การเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างห้องแถวให้คนอื่นเช่านั้น แสดงว่ามีเจตนาเช่าที่ดินเพื่อหาประโยชน์เป็นการประกอบธุรกิจการค้า ฉะนั้น แม้ผู้เช่าที่ดินจะได้ใช้ห้องแถวนั้นอยู่อาศัยด้วยก็ตาม ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าส่วนหนึ่งของที่ดินจากนายหยู่เจ้าของเดิม มีกำหนด ๕ ปี เพื่อปลูกสร้างห้องแถวให้ผู้อื่นเช่าและอยู่เอง สัญญาเช่าสิ้นอายุแล้ว โจทก์ได้รับโอนที่ดินจากเจ้าของที่ดินแปลงนี้ไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าที่ดินพิพาทต่อไป ได้บอกกล่าวแล้ว แต่จำเลยขัดขืน จึงขอให้ศาลบังคับขับไล่และให้จำเลยรื้อห้องแถวออกไป และถมที่ดินที่ขุดหลุมตลอดจนชำระค่าเช่าที่ค้างและใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ให้จำเลยรื้อห้องแถวออกไปและทำที่ดินให้คงสภาพเดิม ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง ๒,๕๔๖ บาท ค่าเสียหายเดือนละ ๔๐๐ บาท นับจากวันฟ้องไปจนกว่าจะรื้อห้องแถวและทำที่ดินให้คงสภาพเดิม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา มีปัญหาข้อกฎหมายมาสู่ศาลฎีกาว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าการเช่าที่ดินรายนี้ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันนั้น เห็นว่าการเช่าของจำเลยเป็นการเช่าที่ดินแล้วปลูกสร้างห้องแถวขึ้น ๒๘ ห้อง ให้คนเช่าถึง ๒๗ ห้อง แสดงว่ามีเจตนาเช่าที่ดินเพื่อหาประโยชน์เป็นการประกอบธุรกิจการค้า แม้จำเลยจะใช้ห้องแถวนั้นอยู่อาศัยเองด้วย ๑ ห้อง ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ฯ ฎีก