ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 663/2488

ประเด็นกฎหมาย

การซื้อขายที่ดินมือเปล่าโดยไม่ได้จดทะเบียนเป็นโมฆะหรือไม่ และจำเลยได้สิทธิครอบครองโดยการครอบครองหรือไม่ รวมถึงการนำอายุความตามมาตรา 1382 มาใช้บังคับได

หลักกฎหมาย

การครอบครองที่รกร้างว่างเปล่าแม้จะทำเป็นนาขึ้นภายหลังช้านานเท่าไรก็ตาม ถ้าไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่แล้วก็ไม่เกิดกรรมสิทธิ์ คงมีเพียงสิทธิครอบครอง ซื้อขายที่ดินมือเปล่าถ้าได้ส่งมอบที่ให้ผู้ซื้อครอบครองแล้ว ผู้ขายย่อมหมดสิทธิ์ในที่นั้น และผู้ซื้อได้สิทธิ์ครอบครอง ผู้ขายจะฟ้องเรียกที่ดินคืนไม่ได้ และก

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องเรียกที่นาที่ขายให้จำเลยคืน โดยอ้างว่าสัญญาเป็นโมฆะเพราะไม่ได้จดทะเบียน จำเลยต่อสู้ว่าได้รับมอบครอบครองที่พิพาทมากว่า 3 ปีแล้ว ได้สิทธิครอบครอง ที่พิพาทไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน เป็นที่มือเปล่า โจทก์สละสิทธิครอบครองให้แก่จำเลยโดยได้รับตอบแทน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 663/2488นายเครือง สามเมืองโจทก์นายอ่อน รัตพลจำเลย ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ม. 406, ม. 456, ม. 1367, ม. 1377, ม. 1378, ม. 1382การครอบครองที่รกร้างว่างเปล่าแม้จะทำเป็นนาขึ้นภายหลังช้านานเท่าไรก็ตาม ถ้าไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่แล้วก็ไม่เกิดกรรมสิทธิ์ คงมีเพียงสิทธิครอบครอง ซื้อขายที่ดินมือเปล่าถ้าได้ส่งมอบที่ให้ผู้ซื้อครอบครองแล้ว ผู้ขายย่อมหมดสิทธิ์ในที่นั้น และผู้ซื้อได้สิทธิ์ครอบครอง ผู้ขายจะฟ้องเรียกที่ดินคืนไม่ได้ และกรณีไม่เข้าลักษณะลาภมิควรได้ ในกรณีที่มีเพียงสิทธิ์ครอบครองในที่ดิน จะนำอายุความใน ม.1382 มาใช้บังคับไม่ได้ เพราะ ม.1382 เกี่ยวกับเรื่องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของผู้อื่นโจทก์ฟ้องเรียกที่นาที่ขายให้จำเลยคืนโดยอ้างว่าสัญญาเป็นโมฆะโดยไม่ได้จดทะเบียน จำเลยต่อสู้ว่าได้รับมอบครอบครองมากว่า ๓ ปีได้สิทธิครอบครองแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การซื้อขายเป็นโมฆะ จึงพิพากษาให้จำเลยคืนที่นา ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยได้สิทธิครอบครองแล้ว จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่รายนี้ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ตามกฎหมายการครอบครองที่มือเปล่าแม้ทำเป็นนาขึ้นในภายหลังถึงจะช้านายเท่าไรก็ไม่เกิดกรรมสิทธิ์ สิทธิของโจทก์จึงเป็นเพียงสิทธิครอบครอง คดีนี้โจทก์สละสิทธิครอบครองให้แก่จำเลยโดยได้รับตอบแทนจากจำเลย ย่อมทำให้จำเลยได้สิทธิครอบครอง และจำเลยมีมูลที่จะอ้างกฎหมายได้ จึงมิใช่เรื่องลาภมิควรได้ ทั้งจะยกมาตรา ๑๓๘๒ มาปรับแก่คดีไม่ได้เพราะไม่มีประเด็นเรื่องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของผู้อื่น คดีนี้โจทก์ไม่มีสิทธิอย่างใดเหนือที่พิพาทจึงเรียกคืนไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์(ประมูล สุวรรณศร-ธรรมบัณฑิต-มนูภันย์วิมลสาร)ศาลชั้นต้น -