การใช้กฎหมายอาญาในเรื่องการยกเลิกกฎหมายและการใช้กฎหมายใหม่ที่เป็นคุณแก่จำเลย และอำนาจของอัยการในการขอให้ศาลสั่งทำลายต้นยางพาราที่ปลูกโดยไม่ได้รับอนุญา
ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 วรรค 1 ต้องพิจารณาความผิดและลงโทษจำเลยตามกฎหมายในขณะกระทำความผิด หรือกฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย เมื่อกฎหมายใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องลงโทษตามกฎหมายเก่า และตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2481 มาตรา 15 การบังคับให้เสียค่าใช้จ่ายในการทำลายต้นยางเป็นวิธีการส่วนหนึ่งของ
ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายเก่า (พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) และให้ทำลายต้นยางที่ปลูกโดยไม่ได้รับอนุญาตพร้อมค่าใช้จ่าย
จำเลยแผ้วถางป่า ตัดฟันไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ทรัพยากรของชาติเสียหาย 49,679.00 บาท และเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิและไม่ได้รับอนุญาต และปลูกยางพาราใหม่ในที่ดินดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1586/2505อัยการประจำศาลจังหวัดเบตงโจทก์นายเล่าซิว แซ่เล่าจำเลย ป.อ. ม. 2, ม. 3 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ศ.2481 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรค 1 ได้วางหลักให้พิจารณาความผิดและลงโทษจำเลยตามกฎหมายในขณะที่จำเลยกระทำการอันถูกกล่าวหานั้น แม้ถึงว่าได้มีการยกเลิกกฎหมายนั้นแล้ก็ตาม มาตรา 2 วรรค 2 และมาตรา 3 ก็ให้พิจารณาใช้กฎหมายใหม่เฉพาะแต่เมื่อเป็นคุณแก่จำเลยเท่านั้น ถ้ากฎหมายใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย ก็ยังให้ใช้กฎหมายเก่าบังคับคดี อัยการมีอำนาจขอให้ศาลสั่งทำลายต้นยางพาราซึ่งปลูกโดยมได้รับอนุญาต และขอให้บังคับเสียค่าใช้จ่ายในการทำลายนั้นได้ คำว่าขอเช่นว่านี้ เป็นคำขอทางอาญาหาใช่คำขอทางแพ่งไม่คดีนี้ ได้ความตามฟ้องและคำรับสารภาพของจำเลยว่า จำเลยบังอาจแผ้วถางป่าและบังอาจตัดฟันไม้หวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาต เป็นการทำลายทรัพยากรของชาติเสียหาย ๔๙,๖๗๙.๐๐ บาท ทั้งจำเลยบังอาจเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐซึ่งจำเลยแผ้วถางนั้นโดยไม่มีสิทธิครอบครองและไม่ได้รับอนุญาตและบังอาจปลูกยางพาราใหม่ลงในที่ดินดังกล่าวโดยมิได้รับอนุญาตเช่นกัน ขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามบทกฎหมายต่าง ๆ ที่โจทก์ขอให้ลงโทษ แต่ให้ลงโทษจำเลยฐานแผ้วถางป่าตัดฟันไม้หวงห้ามตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ๒๔๘๔ มาตรา ๗๒, ๗๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) ๒๔๙๔ มาตรา ๑๗ ซึ่งเป็นบทหนักและเป็นคุณแก่จำเลย ให้จำคุก ๖ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท ลงโทษฐานยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๑๐๘ ปรับ ๕๐๐ บาท และฐานปลูกยางไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ควบคุมยาง ๒๔๘๑ มาตรา ๑๕ ปรับ ๕๐๐ บาท ลดฐานรับสารภาพกึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๗๕๐ บาท ส่