ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2492

ประเด็นกฎหมาย

ผู้พิพากษาที่เคยนั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น แม้ถูกย้ายไปศาลอื่นแล้ว ยังคงมีอำนาจอนุญาตให้ฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 221 และทายาทหรือผู้จัดการมรดกไม่มีอำน

หลักกฎหมาย

ผู้พิพากษาซึ่งเคยนั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น แม้จะถูกย้ายไปอยู่ศาลอื่นแล้วก็ตาม ถ้าหากยังคงเป็นผู้พิพากษาอยู่ ก็ย่อมอนุญาตให้คู่ความในคดีนั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 221

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่สมคบกันลักเอกสารสัญญากู้ของนายพรท มัธยมจันทร์ (หลวงจำนงยุทธกิจ) ไป 3 ฉบับพร้อมโฉนด ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2485 และนายพรทถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2485 จำเลยที่ 1,2,3 สมคบกันปลอมหนังสือกู้ขึ้นแทนสัญญากู้ที่จำเลยที่ 1 กู้นายพรท และต่อมาระหว่างวันที่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 149/2492พนักงานอัยยการและ พ.อ.ชิต ป.มัธยมจันทร์ กับพวกโจทก์นายอิดหมิง แซ่เบ๊ กับพวกล. ป.วิ.อ. ม. 2 (4), ม. 28, ม. 29, ม. 221 ป.วิ.พ. ม. 104 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 4 (ฉบับ 3) พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.2471 ผู้พิพากษาซึ่งเคยนั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น แม้จะถูกย้ายไปอยู่ศาลอื่นก็ตาม ถ้าหากยังคงเป็นผู้พิพากษาอยู่ ก็ย่อมอนุญาตให้คู่ความในคดีนั้นฎีกาได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา221. คดีของโจทก์มีพะยานเอกสารมากมาย เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าพะยานบุคคลรับฟังไม่ได้ แม้มีพะยานเอกสารสารมาเจือสมก็ไม่มีผลดีแก่คดีของโจทก์แล้ว ศาลอุทธรณ์จะไม่พิจารณาพะยานเอกสารนั้น ๆ ต่อไปก็ได้ ไม่เป็นการผิดกฎหมาย คดีลักทรัพย์ ถ้าปรากฎว่าจำเลยได้กระทำผิดก่อนเจ้าทรัพย์ถึงแก่กรรม ทายาทหรือผู้จัดการมฤดกของเจ้าทรัพย์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องร้อง เพราะไม่ใช่ผู้เสียหาย ฟ้องโจทก์ได้กล่าวหาว่าจำเลยปลอมหนังสือสัญญากู้และกระทำพะยานหลักฐานเท็จตั้งแต่ระยะเวลาก่อนผู้เสียหายถึงแก่กรรมตลอดมาจนภายหลังถึงแก่กรรม คดีไม่อาจชี้ได้ว่าจำเลยกระทำผิดในระยะใด คดีไม่มีทางที่จะรู้ได้ว่าโจทก์จะมีอำนาจฟ้องได้หรือไม่ เช่นนี้ในชั้นฎีกาก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไป ในข้อหาที่ว่าจำเลยอ้างหลักฐานเท็จในคดีแพ่ง คือหาว่าจำเลยอ้างสัญญากู้ที่จำเลยทำปลอมขึ้นโดยเจตนาจะใช้แทนสัญญากู้ฉะบับที่จำเลยกู้เงินจากผู้ตาย ดังนี้เมื่อเป็นคดีที่จำเลยฟ้องร้องกันเองในคดีแพ่ง โจทก์ซึ่งเป็นทายาทหรือผู้จัดการมฤดกของผู้ตาย ย่อมไม่ใช่เป็นผู้เสียหายในคดีนั้น จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาในข้อหาฐานอ้างหลักฐานเท็จ.โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๘๕ วันเวลาใดไม่ปรากฎ จำเลยทั้ง ๔ ได้สมคบกันลักเอาเอ