ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2503

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2503ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้โจทก์พระยาปรีดานฤเบศร์ ตัวแทนบริษัทเมืองทอง ฯผู้ร้องนายกิมหลี แซ่ซี นางพรรณีหรือขุนตั้ง แซ่ลิ้มจำเลย ป.วิ.อ. ม. 2 (4), ม. 3, ม. 5, , ม. 7, ม. 28 (2), ม. 158 (7) ป.วิ.พ. ม. 60 ป.พ.พ. ม. 75, ม. 76, ม. 77ผู้เสียหายไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ย่อมมอบอำนาจให้ฟ้องคดีอาญาแทนได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2503) (ดูเทียบกับฎีกาที่ 755/2502 ซึ่งวินิจฉัยว่า การร้องทุกข์นั้น ย่อมมอบอำนาจให้ร้องทุกข์แทนกันได้) ้เมื่อผู้เสียหายมอบอำนาจให้ฟ้องคดีอาญาแล้ว ผู้ที่รับมอบอำนาจก็ย่อมลงชื่อในฟ้องแทนโจทก์ได้ ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 158 ข้อ (7)ผู้ว่าคดีฟ้องว่าจำเลยเอาชื่อและเครื่องหมายการค้าของบริษัทเมืองทองฯ ของบริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด ของบริษัทคาร์ลไซส์แห่งประเทศเยอรมันนีและของห้างหุ้นส่วนคาร์ลิ๊ปเปอร์มาใช้ให้ปรากฏที่สินค้าของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒, ๒๗๓, ๒๗๕, ๗๒ พระยาปรีดาฯ ยื่นคำร้องอ้างว่าเป็นตัวแทนของห้างบีกริม ฯ ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท คาร์ลไซส์ประเทศเยอรมันนีรายหนึ่ง เป็นตัวแทนห้างคาร์ลิ๊ปเปอร์ ประเทศเยอรมันนีรอยหนึ่ง และเป็นตัวแทนบริษัทเมืองนอกฯ อีกรายหนึ่ง เป็นผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้ว่าคดีผู้ว่าคดีและจำเลยไม่คัดค้านคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องนี้ว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕ (๓) ผู้จัดการหรือผู้แทนของบริษัทเมืองทองฯ ห้างบีกริม ฯ และห้างคาร์ลิ๊ปเปอร์ฯ เท่านั้นที่จะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ หาใช่ว่าบริษัททั้งสามจะมีอำนาจตั้งพระยาปรีดาฯ เป็นตัวแทนของตนในการดำเนินคดี ่อาญาได้ไม่ เพราะถ้าเช่นนั้น ก็เท่ากับผู้เสียหาย ตั้งบุคคลอื่นให้เป