ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1410/2508นางอุบล เวชชทนต์โจทก์นางสาวเล็ก กนกสุวรรณจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ป.พ.พ. ม. 420, ม. 438, ม. 566จำเลยเช่าห้องพิพาททำการค้าและได้ประกอบการค้าด้วย จึงไม่เป็นเคหะควบคุมและไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน ฯ เมื่อห้องพิพาทมิใช่เคหะควบคุม แม้จำเลยจะได้แจ้งความจำนงขอเช่าไปให้โจทก์ทราบตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน ฯ การกระทำของจำเลยก็ไม่ผูกมัดโจทก์ เพราะกรณีนี้ไมอยู่ในบทบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ เมื่อจำเลยอยู่ในที่เช่าโดยไม่มีสัญญาเช่าหรือสิทธิอะไรตามกฎหมาย โจทก์จะฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยออกไปเมื่อไรก็ย่อมทำได้ ไม่จำเป็นต้องทำการบอกกล่าวกันก่อนแต่ประการใด เมื่อปรากฏว่าจำเลยขืนอยู่ในห้องพิพาทโดยไม่มีสิทธิที่จะอ้างอิงแต่อย่างใด ถือได้ว่าจำเลยได้ละเมิดสิทธิโจทก์และโจทก์ได้รับความเสียหายแล้วโจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยและบริวารออกจากห้องเช่าของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า มารดาจำเลยเช่าห้องจากโจทก์ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน ฯ หลังจากมารดาจำเลยตาย จำเลยได้มีหนังสือแจ้งความประสงค์เช่าตึกนี้ไปยังโจทก์แล้ว ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้เช่าสืบแทนมารดาจำเลย โจทก์จะขึ้นค่าเช่า จำเลยไม่ยอม โจทก์จึงไม่มาเก็บค่าเช่า โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวเลิกการเช่ากับจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า มารดาจำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่อทำการค้า และได้ทำการค้าในห้องพิพาท และเมื่อมารดาตายจำเลยได้ทำการค้าต่อมา จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ โจทก์จำเลยไม่ได้ทำสัญญาเช่าต่อกัน และสัญญาเช่าระหว่างโจทก