การกระทำของจำเลยที่ปลูกห้องแถวในที่พิพาทโดยมีสัญญาเช่ากับเจ้าของที่ดินเดิม เป็นการละเมิดต่อโจทก์ผู้รับมรดกหรือไม่ และสัญญาเช่าที่ปิดอากรแสตมป์ไม่บริบู
เมื่อจำเลยเข้าไปปลูกห้องแถวในที่พิพาทโดยได้ทำสัญญาเช่ากับเจ้าของที่ดินเดิม การกระทำของจำเลยไม่ใช่บุกรุกอันจะเป็นการละเมิดต่อโจทก์ผู้รับมรดก แม้สัญญาเช่าจะปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์หรือเป็นสัญญาเช่าปากเปล่า ก็ยังฟังได้ว่าจำเลยเข้าไปปลูกสร้างโดยความยินยอมของเจ้าของที่ดิน ซึ่งจะหาว่าจำเลยละเมิดมิได้ สัญญ
พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ โดยพิพากษาให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยเข้าปลูกห้องแถวในที่พิพาทโดยได้ทำสัญญาเช่ากับ น.ส.ชุ่ม เจ้าของที่ดิน ต่อมา น.ส.ชุ่มตาย โจทก์เป็นผู้รับมรดก โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำละเมิดโดยบุกรุก จำเลยต่อสู้และฟ้องแย้งว่าจำเลยเข้าปลูกห้องแถวเพราะได้ทำสัญญาเช่า และโจทก์ในฐานะผู้รับมรดกต้องรับทั้งสิทธิและหน้าที่ที่ น.ส.ชุ่มมีต่อจำเลย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2501นางพะเยาว์ ดารารัตน์ คำประเสริฐโจทก์นายอิ๋วเลี้ยง แซ่อื้อจำเลย ป.รัษฎากร ม. 118 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ป.วิ.พ. ม. 85 ป.พ.พ. ม. 420จำเลยเข้าปลูกห้องแถวในที่พิพาทโดยได้ทำสัญญาเช่ากับเจ้าของที่ดินแล้ว การกระทำของจำเลยก็ไม่ใช่บุกรุกอันจะเป็นการละเมิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับมรดกจากเจ้าของที่ดิน สัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับเจ้าของที่ดินเดิมจะปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์หรือไม่ไม่สำคัญ เพราะแม้จำเลยจะเข้าไปปลูกห้องแถวด้วยการตกลงเช่าปากเปล่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ก็ยังฟังได้ว่าจำเลยเข้าไปปลูกห้องแถว โดยความยินยอมของเจ้าของที่ดินซึ่งจะหาว่าจำเลยละเมิดมิได้โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทำละเมิดต่อโจทก์โดยบุกรุกเข้าปลูกสร้างห้องแถวลงบนที่ดินของโจทก์ โดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยต่อสู้และฟ้องแย้งว่า จำเลยเข้าปลูกห้องแถว ในที่พิพาทเพราะได้ทำสัญญาเช่าจาก น.ส.ชุ่ม เจ้าของที่ดิน ต่อมา น.ส. ชุ่มตาย โจทก์และนายวิเชียรเป็นผู้รับมรดกโจทก์และนายวิเชียรจึงต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ที่ น.ส.ชุ่มมีต่อจำเลย ซึ่งเป็นผู้เช่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์รื้อถอนรั้วไม้ที่ปิดกั้นห้องแถวของจำเลยและประกาศที่ห้ามไม่ให้ผู้ใดเช่าออกเสีย ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายคือค่าเช่าห้องแถว ๕ ห้อง รวมเดือนละ ๒๐๐ บาท นับแต่เดือนตุลาคม ๒๔๙๗ จนกว่า โจทก์จะรื้อรั้วไม้และประกาศออกจากห้องแถวของจำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยให้การและฟ้องแย้งอ้างสิทธิตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย ล.๑ แต่เอกสารหมาย ล.๑ เป็นตราสารที่ปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีไม่ได้ตาม ม.๑๑๘ ประมวลรัษฎากร เมื่อเป็นเช่นนี้ จำเลยก็ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือเพื่อจะอ้างสิทธิยันโจทก์ได้