สัญญาเช่าที่เลิกสัญญากันโดยชอบก่อน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า 2489 ใช้บังคับ จะนำ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า 2489 และ 2490 ไปบังคับไม่ได้
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า พ.ศ. 2489 และ 2490 ไม่มีผลย้อนหลังไปลบล้างสิทธิของโจทก์ซึ่งมีอยู่ก่อนแล้วตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า พ.ศ. 2488 มาตรา 3
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกเช่า จำเลยต่อสู้ว่าใช้ตึกเป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่และได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสัญญาเช่าสิ้นสุดแล้วโดยโจทก์บอกเลิก คงเหลือปัญหาว่าตึกใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานใหม่ จำเลยฎีกา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 731/2490นายพิศิษฐ์โจทก์นางกิมล้วนจำเลย ป.พ.พ. ม. 420, ม. 561 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 สัญญาเช่าที่เลิกสัญญากันโดยชอบก่อน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า 2489 ใช้บังคับนั้น จะนำ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า 2489, 2490 ไปบังคับไม่ได้คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากตึกเช่าจำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยใช้ตึกที่เช่าเป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ได้รับความคุ้มครองตามพระราบบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ แล้ว ศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยโจทก์บอกเลิก คงเหลือปัญหาที่โจทก์จำเลยเถียงกันว่า ตึกเช่านี้ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ หรือใช้ประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัย จึงพิพากษายอมให้ศาลชั้นต้นสืบพะยานแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มีสิทธิบอกเลิกการเช่าได้ ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ๒๔๘๘ ม. ๓ และจำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะอยู่ต่อไป หากที่เช่านั้นใช้ประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ๒๔๘๙, ๒๔๙๐ ไม่คุ้มครองจำเลย เพราะไม่มีผลย้อนหลังไปลบล้างสิทธิของโจทก์ซึ่งมีอยู่ก่อนแล้ว จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์(ธรรมบัณฑิต-ชัยประชา-ประวัติ ปัตตพงศ์)ศาลชั้นต้น - หลวงมนูนัย วิมลวาจน์ศาลอุทธรณ์ - พระดุลย์รัตน์พจนาทแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ