สัญญาเช่าระบุให้ใช้เพื่อการค้า แต่ผู้เช่าใช้อยู่อาศัยมาก่อน เจ้าของใหม่ทราบและใส่ข้อความในสัญญาเพื่อหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ต้องถือตามความเป็นจ
แม้สัญญาเช่ามีข้อความชัดว่าผู้เช่าจะใช้ทรัพย์ที่เช่าเพื่อการค้าเท่านั้น แต่หากผู้เช่าเช่าเพื่ออยู่อาศัยมาก่อนและเจ้าของใหม่ทราบแล้วใส่ข้อความดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ต้องถือตามความเป็นจริงว่าผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว เจ้าของจะฟ้องขับไล่ยังไม่ได้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้ยกฟ้องโจทก์
จำเลยเช่าห้องเป็นที่อยู่อาศัยมาก่อน โจทก์เข้ารับเหมาเช่าต่อจากเจ้าของเดิมแล้วให้จำเลยทำสัญญาเช่าใหม่มีกำหนด 1 ปี โดยระบุว่าผู้เช่าจะใช้ทรัพย์เพื่อการค้าเท่านั้น ทั้งที่โจทก์ทราบว่าจำเลยใช้เป็นที่อยู่อาศัยมาก่อน และจำเลยมิได้เปิดขายสินค้าในห้องดังกล่าว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1550/2493บริษัทไทยนิธิ จำกัด โดยนายวรรณะ บุรุษหงส์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายชุนลิ้ม แซ่เตียล. พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.วิ.พ. ม. 94แม้ในสัญญาเช่ามีข้อความชัดว่าผู้เช่าจะใช้ทรัพย์ที่เช่าเพื่อประโยชน์เฉพาะแต่ที่เป็นประกอบการค้าแต่อย่างใดจะไม่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ดังนี้จำเลยก็มีสิทธิจะต่อสู้และนำสืบได้ว่า จำเลยเช่าเพื่ออยู่อาศัย ในเมื่อจำเลยเช่าอยู่อาศัยมาก่อนและก็ทราบอยู่แล้วแต่เพื่อจะหลีกเลี่ยงมิให้จำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ จึงกล่าวข้อความเหล่านั้นลงในสัญญาเช่า ดังนี้ก็ต้องถือตามความเป็นจริงและถือว่าจำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ โจทก์จะฟ้องขับไล่จำเลยยังไม่ได้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกเช่าจำเลยต่อสู้ว่าได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าประเด็นสำคัญข้อต้นมีว่าตามสัญญาเช่ามีข้อความชัดว่าผู้เช่าจะใช้ทรัพย์ที่เช่าเพื่อประโยชน์แต่ที่ประกอบการค้าแต่อย่างเดียว จะไม่ใช่เป็นที่อยู่อาศัยเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ สำหรับข้อเท็จจริงเป็นอันฟังได้ว่า จำเลยใช้ห้องรายนี้เป็นที่อยู่อาศัย และมิได้อยู่ในทำเลการค้าจำเลยมีอาชีพทงรับน้ำส้ม น้ำหวานจากโรงงานแล้วขนไปตามร้านย่อยที่ห้องจำเลยนี้จำเลยมิได้เปิดขาย และจำเลยได้เช่าห้องรายนี้มาจากเจ้าของตั้งแต่ก่อนบริษัทโจทก์เข้ารับเหมาเช่าจากเจ้าของ เมื่อโจทก์เข้ารับเหมาเช่าใน พ.ศ. ๒๔๙๐ นี้แล้ว จึงมาให้จำเลยทำสัญญาเช่าดังกล่าวแล้วมีกำหนด ๑ ปี ย่อมเป็นที่เห็นได้ชัดว่าโจทก์ทราบแล้วว่าห้องนี้จำเลยเช่าเป็นที่อยู่อาศัยอยู่ก่อนแล้ว แต่เพื่อจ