ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการบรรยายฟ้อง การสืบพยานนอกประเด็น ความสมบูรณ์ของฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่มีคำขอ และการใช้บังคับพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน
1. โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยทำการค้าขาย โจทก์ย่อมสืบได้ว่าจำเลยทำการค้าในสถานที่เช่าอย่างไรเพียงใด ไม่เป็นการสืบนอกประเด็น แม้มิได้กล่าวในคำฟ้องว่าจำเลยทำการค้าเป็นส่วนใหญ่ ก็นำสืบได้เมื่อจำเลยโต้เถียงขึ้นมา 2. ฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่มีคำขอนั้น ข้อความในฟ้องอุทธรณ์ย่อมเข้าใจได้โดยปริยายว่ามีความมุ่งหมา
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ขับไล่จำเลย
โจทก์เป็นเจ้าของห้องแถว 5 คูหา จำเลยเช่าและเข้าครอบครองทำการค้าขาย จำเลยค้างชำระค่าเช่าเดือนละ 120 บาท ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน 2489 ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยเช่ามาแต่ พ.ศ.2476 ค่าเช่าเดือนละ 25 บาท ต่อมาเมษายน 2488 ขึ้นเป็น 45 บาท จำเลยชำระมาจนถึงมกราคม 2489 ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์ใช้สถานที่เ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2491นางสาวศารี อมาตยกุลโจทก์นายหย่วน แซ่ห่านจำเลย ป.วิ.พ. ม. 86, ม. 104, ม. 246 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 คำฟ้องโจทก์ที่ขอให้ขับไล่โดยผู้เช่า กล่าวเพียงว่า จำเลยทำการค้าขาย โจทก์ย่อมสืบได้ว่า จำเลยทำการค้าในสถานที่เช่าอย่างไรเพียงใด ไม่เป็นการสืบนอกประเด็น แม้จะมิได้กล่าวในคำฟ้อง ว่าจำเลยทำการค้าเป็นส่วนใหญ่ก็นำสืบได้ เมื่อจำเลยโต้เถียงขึ้นมา ฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่มีคำขอนั้น ข้อความในฟ้องอุทธรณ์นั้นย่อมเข้าใจได้โดยปริยายว่า มีความมุ่งหมายให้ศาลอุทธรณ์บังคับตามคำฟ้องและคำขอบังคับเดิม ฟ้ออุทธรณ์นั้นย่อมใช้ได้ โจทก์จำเลยตกลขึ้นค่าเช่ากันก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ปี 2489 และการขึ้นค่าเช่านี้ไม่ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าที่ใช้อยู่ในเวลานั้น คือ ฉะบับปี 2486 - 2488 ดังนี้ จะยกเอา พ.ร.บ.ฉะบับปี 2490 มาใช้บังคับไม่ได้ และแม้การค้างชำระค่าเช่าเกินกว่า 2 คราวติด ๆ กัน จะเกิดขึ้นภายหลังที่ใช้ พ.ร.บ. ปี 2489 แล้วพ.ร.บ. ปี 2490 ก็ไม่คุ้มครองในกรณีค้างชำระค่าเช่า เช่นนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของห้องแถว ๕ คูหาในอำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร จำเลยได้เช่าห้องแถวดังกล่าวจากโจทก์ และเข้าครอบครองทำการค้าขายมาจนปัจจุบัน บัดนี้จำเลยค้างชำระค่าเช่าเดือนละ ๑๒๐ บาท ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน ๒๔๘๙ ขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยให้การต่อสู้มีใจความสำคัญว่า จำเลยเช่ามาแต่ พ.ศ.๒๔๗๙ เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า เรื่องค่าเช่านั้นเดิมตกลงกันเดือนละ ๒๗ บาท ต่อมาเพิ่มเป็น ๔๕ บาท และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๔๘๙ เพิ่มเป็น ๖๐ บาท จำเลยได้ชำระให้โจทก์ตลอดมามิได้ค้าง และจำเลยไ