ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1727/2493

ประเด็นกฎหมาย

แสตมป์สุราที่ทำขึ้นตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2486 โดยไม่ต้องออกกฎกระทรวงก่อน ถือเป็นบัตรตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 216 และการฟ้องที่ไม่อ้าง

หลักกฎหมาย

แสตมป์สุราที่ทำขึ้นโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2486 โดยไม่ต้องออกกฎกระทรวงก่อน ถือเป็นบัตรตามกฎหมายแล้ว การมีไว้หรือใช้แสตมป์สุราปลอมจึงมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 216 และการฟ้องที่ไม่อ้าง พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม นอกจากนี้ ศาลอุทธรณ์หรือฎีกามีอำนาจชี้ขาดข้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันมีและใช้แสตมป์สุราปลอม อันเป็นบัตรที่รัฐบาลทำไว้ใช้ในราชการสรรพสามิตต์ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 216 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าของกลางไม่ใช่บัตรตามกฎหมาย จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิด ให้จำคุกคนละ 4 เดือน และริบของกลาง จำเลยฎีกา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1727/2493พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายเกียง แซ่ตั้ง ที่1, นายเจริญ แก้วมณี ที่2ล. กฎหมายลักษณะอาญา ม. 214, ม. 216 ป.วิ.อ. ม. 208, ม. 214 ป.วิ.พ. ม. 240 พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2486 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังส่งให้กรมสรรพสามิตต์จัดทำแสตมป์สุราขึ้นใช้ในสมัยที่ใช้ พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2486 นั้น หาจำเป็นต้องออกเป็นกฎกระทรวงเสียก่อนดังเช่น พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 บังคับไว้ ก็สมบูรณ์และย่อมถือว่าแสตมป์สุรานั้นเป็นบัตรตาม ก.ม.แล้ว ผู้ใดมีไว้หรือใช้แสดมป์สุราปลอม ย่อมมีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 216 ฟ้องหาว่าจำเลยมีและใช้แสตมป์สุราปลอม ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 216 นั้น ย่อมหมายถึงแสตมป์สุราตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นในนั่นเอง, แม้โจทก์ไม่อ้าง พ.ร.บ.ภาษีชั้นในมาก็หาทำให้เป็นการฟ้องเคลือบคลุมไม่ การมีแสตมป์สุราปลอมไว้จำหน่ายนั้นเป็นผิดมาตรา 216 ในกรณีที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงนั้น กฎหมายบัญญัติให้ศาลอุทธรณ์, ฎีกามีอำนาจสั่งย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นชี้ขาดข้อเท็จจริงได้ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ฎีกาเห็นไม่จำเบ็นต้องใช้อำนาจนั้น ก็ชี้ขาดข้อเท็จจริงไปได้โดยไม่ต้องใช้อำนาจที่ ก.ม.ให้ไว้ดังกล่าวโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันมีและใช้แสตมป์สุราปลอม อันเป็นบัตรที่รัฐบาลทำไว้ใช้ในราชการสรรพสามิตต์ ซึ่งเป็นส่วนของสรรพากร ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๑๖ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ของกลางไม่ใช่บัตราตามความใน ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๑๖ จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๑๖ ให้จำคุกจำเลยคนละ ๔ เดือน ของกลางให้ริบ นายเกียงจำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าแสตมป์สุราในสมัยที่จำเลยกระทำผิดนั้น