ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699 - 1704/2492อัยยการประจำศาลจังหวัดปากพนังโจทก์นายเช็ก ชูจันทร์ ที่ 1, นายอั้น แซ่เตี่ยว ที่ 2 นายพัน เทพทอง ที่ 3 นายล่องคงเดช ที่ 4 นายดำ เพ็ชรคล้าย ที่ 5 นายเทศ แก้วภู่ ที่ 6ล. พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ.2488 ป.วิ.อ. ม. 176, ม. 222, ม. 226, ม. 176คดีอาญามีปัญหาฉะเพาะข้อกฎหมายซึ่งศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริง ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา เมื่อปรากฎว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริง โดยไม่มีคำพะยานในสำนวนสนับสนุน ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกข้อเท็จจริงขึ้นพิจารณาได้ ถ้ามีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปี ลำพังแต่คำรับสารภาพไม่ใช่คำพะยานหลักฐาน.คดี ๖ สำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งนี้เป็นเจ้าของและมีข้าวเปลือกไว้ในครอบครองของแต่ละคนเกินกว่า ๑๐๐๐ เลียง แล้วไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บภายในกำหนดเวลา ขอให้ลงโทษจำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลยตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้มีปัญหาฉะเพาะข้อกฎหมาย ซึ่งศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา คดีนี้ศาลอุทธรณ์ยกเอาคำสารภาพของจำเลยกับคำนายเปี่ยมพะยานโจทก์ปากเดียวมาฟังว่าจำเลยได้ทราบประกาศนั้นแล้ว แต่คดีนี้มีอัตราโทษจำคุกถึง ๑๐ ปีจะฟังคำรับสารภาพของจำเลยไม่เป็นพะยานหลักฐานได้ คำนายเปี่ยมก็มิได้ปรากฎว่าจำเลยได้ทราบประกาศนั้นดังนี้ คำนายเปี่ยมก็ไม่เป็นพะยานหลักฐานในข้อที่ว่าจำเลยได้ทราบประกาศอีกที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยได้ทราบประกาศแล้ว จึงเป็นคำวินิจฉัยที่ไม่มีคำพะยานในสำนวนสนับสนุน ศาลฎีกาจึงต้องยกข้อเท็จจริงขึ้นพิจารณาใหม่ และศาลฎีกาฟังว่าจำเลยไม่ได้ทราบประกาศ คดีไม่มีทางลงโทษจำเลยตามฟ้อง พิพากษากลั