ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2491อัยยการประจำศาลจังหวัดยะโสธรโจทก์นายคำภา สานสัน กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 60, ม. 62 ป.วิ.อ. ม. 158, ม. 216. พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 จำเลยทั้งหมดได้แต่งตั้งให้ทนายคนเดียวกันเป็นทนายของจำเลยทุกคน ทนายจำเลยเป็นผู้ลงนามในฟ้องฎีกา ต้องถือว่าเป็นฟ้องฎีกาของจำเลย ผู้ที่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วและได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดเท่านั้น ศาลชั้นต้นยกฟ้องเพราะฟ้องของโจทก์ไม่เป็นองค์แห่งความผิด ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องโจทก์เป็นองค์แห่งความผิด ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา มิได้คัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มิได้ถูกต้องตรงไหน กลับเสนอข้อเท็จจริงที่ต่างนำสืบมาว่า จะควรฟังอย่างไร ดังนี้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ศาลล่างยังไม่ได้วินิจฉัย ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 5 มิถุนายน 2491 ยื่นฎีกาวันที่ 5 กรกฎาคม 2491 หาขาดอายุความไม่โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันมีดคไว้ในครอบครองโดยไม่มีหลักฐานทางทะเบียนในการโอนสัตว์พาหนะ และไม่สามารถแสดงความบริสุทธิได้ ของให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องของโจทก์ไม่ครบเกณฑ์จะเอาผิดแก่จำเลยได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริง พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องของโจทก์ถูกต้องแล้ว ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องฎีกานั้นทนายจำเลยเป็นผู้ลงนามในฟ้องฎีกา และปรากฏตามใบแต่งทนายว่า จำเลยทั้งห้าได้แต่งให้ทนายคนเดียวกันเป็นทนายของจำเลยทุกคนตามใบแต่งทนาย ให้มีอำนาจตลอดถึงการอุทธรณ์ฎีกาด้วย จำเลยที่ ๑ ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๙๑ ทนายจำเลยยื่นฟ้องฎีกาเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๔๙๑ จำเลยที่ ๓, ๔ ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ห