ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2506

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2506หม่อมเจ้าชัชวลิต เกษมสันต์โจทก์นางสมจิตร ศุขพิบูลย์จำเลย ป.พ.พ. ม. 537, ม. 538 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 จำเลยอยู่ในที่เช่าต่อมาเมื่อหมดอายุสัญญาแล้ว แม้ไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่ากันใหม่ เมื่อโจทก์ผู้ให้เช่ายังมิได้รับค่าเช่า โจทก์ก็ยังมีสิทธิเรียกค่าเช่าจากจำเลยได้ ไม่ต้องห้ามด้วยประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา 538 อ้างฎีกาที่ 409/2496 ชั้นแรกจำเลยนำค่าเช่าไปชำระต่อโจทก์ครั้นครบกำหนด การเช่าตามสัญญาแล้ว จำเลยได้ส่งไปยังโจทก์ทางธนาณัติเพราะโจทก์ไม่ยอมรับค่าเช่าจากผู้เช่า โจทก์ทราบแต่ก็ไม่ยอมไปรับยังที่ทำการไปรษณีย์ดังนี้ จะถือว่าผู้เช่าเจตนาผิดนัดไม่ชำระค่าเช่ายังไม่ได้โจทก์ฟ้องมีใจความว่า จำเลยเช่าห้องแถวของโจทก์สิ้นอายุสัญญาแล้ว จำเลยอยู่ต่อมาโดยไม่ได้ทำสัญญากันใหม่ จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าติดต่อกันเรื่อยมา โจทก์บอกเลิกสัญญาแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้ขับไล่ ให้ชำระค่าเช่าที่ค้างและใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า เช่าเป็นที่อยู่อาศัย ไม่ได้ผิดนัดค้างค่าเช่า โจทก์ไม่ไปเก็บเอง จำเลยส่งค่าเช่ามาทางธนาณัติ และต่อสู้อื่น ๆ ศาลแพ่งให้ขับไล่จำเลยและให้ใช้ค่าเสียหายส่วนค่าเช่าที่ค้างโจทก์เรียกไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๘ โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่พอจะถือว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า และแม้ไม่มีหนังสือสัญญาเช่าต่อกัน เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับค่าเช่าก็มีสิทธิเรียกจากจำเลยได้ตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าทรัพย์ พิพากษากลับให้ยกคำขอให้ขับไล่และเรื่องค่าเสียหาย คงให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เดิมจำเลยเช่าห้องโจทก์เป็นที่อยู่อาศัยมีสัญญาเช่าต่อกัน ชั้นแรกจำเลยนำ