ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4620/2536

ประเด็นกฎหมาย

ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ 13 ซึ่งถึงแก่กรรมก่อนฟ้องมีอำนาจฟ้องคดีแทนหรือไม่ และปัญหาว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่เป็นข้อที่ต้องห้ามฎีกา

หลักกฎหมาย

สัญญาตัวแทนระงับเมื่อตัวการตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 826 วรรคสอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามมาตรา 828 และปัญหาว่าที่ดินเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ ไม่ใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ที่ 13 ถึงแก่ความตายก่อนฟ้องเพียง 1 วัน ผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีแทนโดยไม่มีอำนาจเพราะสัญญาตัวแทนระงับ และโจทก์เพิ่งยกข้อกฎหมายเรื่องการหวงห้ามที่ดินขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ฎีกา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4620/2536นาย เลื่อน กอง โพธิ์ กับพวกโจทก์นายอำเภอ พิมาย กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 826 วรรคสอง, ม. 828, ม. 1304 ป.วิ.พ. ม. 60, ม. 225, ม. 249 พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 แม้โจทก์ที่ 13 ถึงแก่กรรมก่อนฟ้องเพียง 9 วัน ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ 13 ก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนเพราะสัญญาตั้งตัวแทนย่อมระงับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 826 วรรคสองและไม่ปรากฏว่าการฟ้องคดีนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ตัวแทนต้องจัดการเพื่อจะปกปักรักษาประโยชน์ตัวการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 828 ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ที่ 13จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์เพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ฎีกาว่าที่พิพาทไม่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเพราะไม่มีการออกพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 จึงไม่ใช่ข้อที่ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งปัญหาว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องพิสูจน์กันในทางพิจารณาไม่ใช่เรื่องอำนาจฟ้อง และไม่ใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนโจทก์ทั้งสิบสี่สำนวนฟ้องใจความอย่างเดียวกันว่า โจทก์ต่างครอบครองที่ดินตามแผนที่ท้ายฟ้อง โจทก์ทั้งสิบสี่ครอบครองที่ดินต่อจากบรรพบุรุษมานานหลายสิบปีไม่เคยมีผู้ใดคัดค้านโต้แย้งและกล่าวอ้างว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ ต่อมา จำเลยที่ 1 ได้สั่งจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกำนัน และจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านให้ห้ามโจทก์ทั้งสิบสี่เข้าทำประโยชน์ในที่ดินเป็นการโต้แย้งสิทธิและรบกวนการครอบครองที่ดินของโจทก์ทั้งสิบสี่ ขอให้พิพา